
ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังกล่าวเปิดการอภิปรายพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท ถึงการจัดทีมรัฐมนตรีเตรียมชี้แจงการอภิปราย ว่า วันนี้มีเวลาที่ไปอภิปราย 12-13 ชั่วโมง ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมชี้แจง ให้สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้คลายข้อสงสัย และพร้อมที่จะรับคำแนะนำ จากบรรดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกอบในการทำงานต่อไป พร้อมกับระบุว่าวันนี้ตนจะเดินทางเข้าออกสภาฯ เพื่อปฏิบัติภารกิจตลอดทั้งวัน และเมื่อช่วงเช้าก็ได้กล่าวเปิดไปแล้ว และจากนี้ก็จะให้รัฐมนตรีอยู่ฟัง สลับกันไป และตนจะติดตามการอภิปรายอยู่โดยตลอด
ส่วนมั่นใจว่าจะผ่านความเห็นชอบจากสภาแบบฉลุยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เราจะไปบอกว่ามั่นใจผ่านฉลุยในเชิงสาธารณะไม่ได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการร่วมวงรับประทานอาหารกับนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะเชิญมาร่วมงานกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน อุทานว่า โอ้โห คุณรู้หรือเปล่า ผมคบกันมาตั้งแต่อนุบาล
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าในอนาคตจะเชิญนายวุฒิไกร ร่วมงานในรัฐบาลต่อหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผมเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นญาติกันแล้ว
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความพร้อมรับมือ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการนัดหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีการคุยกันอยู่ พร้อมยอมรับว่าเมื่อวานนี้มีการพูดคุยกันว่าก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการนัด พบปะกับทั้งรัฐมนตรีและสส.ซีกพรรคร่วมรัฐบาล โดยจะแบ่งเป็นการพบปะกันคนละรอบ และถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะทำงานมาจะเข้า 6 เดือนอยู่แล้ว ยังไม่มีเวลาร่วมรับประทานอาหาร มีแต่เจอกันในห้องประชุม การเจอกันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ ให้แน่นแฟ้น มีความร่วมมือกันมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ดีมาตลอด
ส่วนมีการกำชับรัฐมนตรีให้ทำการบ้าน แล้วหรือไม่นายอนุทิน อุทานว่าและกล่าวว่า "โอ่ว... ไม่ต้อง รัฐมนตรีรัฐบาลผมทุกคน ทำทุกอย่างทำการบ้าน วางแผนล่วงหน้า อยู่ตลอดเวลา" และเมื่อผู้สื่อข่าวการบ้านถามว่าการ รัฐมนตรีรับประทานอาหารร่วมจะใช้โอกาสนี้บ้างตรวจการบ้านด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะพบปะพูดคุยกันในเรื่องการทำงานทุกวันอังคารอยู่แล้ว พบรัฐมนตรีหลายคนก็นัดกันมาพบที่ทำเนียบรัฐบาล มารับประทานอาหารกลางวันกัน การทำงานมีการดำเนินการโดยต่อเนื่องอยู่แล้ว พบประกัน ก็เป็นการสร้างความคุ้นเคยมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเราต้องทำงานด้วยกัน 35 คน
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดวัด KPI รัฐมนตรี และกำชับให้การทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนต้องคืบหน้านั้น นายอนุทิน กล่าวย้อนให้ไปดูคำให้สัมภาษณ์ของพลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ผ่านเลย
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าเมื่อวานนี้พลตำรวจโทรุทธพล กล่าวถึง สำนวนในคดีฮั้ว สว. ที่หลุดจาก DSI นายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับว่า การสำนวนหลุดของสำนวนคืออะไร มันมีกฎหมายอยู่แล้ว ใครเอาเอกสารทางกฎหมายมา มาได้อย่างไร มีกฎหมายระบุความผิดไว้อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับตน อยู่ที่หน่วยงานจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าการให้สัมภาษณ์ของพลตำรวจโทรัฐพลเมื่อวานนี้มีการกล่าวอ้างว่าหลุดจากสมัยรัฐมนตรีคนก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า "ผมจะไปรู้ได้อย่างไร ทางกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะแจ้งความดำเนินคดี เป็นเรื่องปกติของหน่วยงานที่เขาต้องทำ ถ้าไม่ทำก็จะโดนกล่าวหาว่าทำเอกสารรั่วตรงนี้มันก็ดี้อย่าง ทุกคนแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ก็จะได้มีช่องที่จะบอกว่า เอกสารรั่วออกไปอย่างไร ไม่ควรนะ เพราะเป็นเอกสารทางราชการ ใครเอาออกไปมันหาไม่ยากหรอก เราก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่"
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเจตนาของคนปล่อยข้อมูลคืออะไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ใช่เจตนาที่ดีแน่นอน
เมื่อถามต่ออีกว่ารัฐบาลถูกวิจารณ์ในหลายเรื่อง จำเป็นจะต้องตั้งทีมมาเสริมหรือไม่เพราะปัจจุบันนายกรัฐมนตรีตอบอยู่คนเดียว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไรมันก็เฉียดไปเฉียดมา
เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีรับมือไหวใช่หรือไม่ พี่จะตอบคำถามนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าก็ถามตนอยู่ทุกวัน เห็นว่าชอบมั้ง ก่อนที่จะขึ้นรถเพื่อเดินทางออกจากอาคารรัฐสภา
Advertisement