
วันที่ 21 ส.ค. 69 รศ.ดร.ธนพร ศรียางกูร นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านว่า หากเปรียบเทียบกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ทั้งแม่สาย หาดใหญ่ และปัตตานี จะเห็นว่าการบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐในครั้งนี้มีความเป็นระบบมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะยังมีปัญหาและข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุง แต่ระดับความโกลาหลลดลง
สิ่งที่เห็นชัดคือการกำหนดผู้บัญชาการเหตุการณ์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น Single Command ในพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายการเมืองและหน่วยงานส่วนกลางมีหน้าที่สนับสนุน ไม่เข้าไปแทรกแซงสายบังคับบัญชา
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมงบประมาณฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ โดยจัดวงเงินให้รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละภูมิภาคเพิ่มเติม 100 ล้านบาท ทำให้สามารถสนับสนุนจังหวัดได้ทันที ทั้งศูนย์อพยพ อาหาร ยารักษาโรค และความช่วยเหลือที่จำเป็น โดยไม่ต้องรอขั้นตอนงบประมาณเหมือนในอดีต
รศ.ดร.ธนพร ยังมองว่า ระบบแจ้งเตือน Cell Broadcast ที่ถูกใช้งานจริงในสถานการณ์น้ำท่วมน่าน ถือเป็นอีกพัฒนาการหนึ่ง แม้ยังต้องปรับปรุงทั้งความแม่นยำ ความถี่ และรายละเอียดของข้อมูล แต่สะท้อนว่าระบบเตือนภัยของประเทศเริ่มมีเครื่องมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในมิติการเมือง นักวิชาการเห็นว่า การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดทางให้รองนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยซึ่งรับผิดชอบภาคเหนือ ลงพื้นที่และมีบทบาทสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ สะท้อนความใจกว้างทางการเมือง เพราะจังหวัดน่านไม่ใช่ฐานการเมืองหลักของพรรคภูมิใจไทย และในอดีตถือเป็นฐานสำคัญของพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน
“ถ้าพรรคเพื่อไทยทำงานแล้วได้คะแนนจากประชาชน รัฐบาลก็ไม่ได้เสียอะไร เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือประชาชนต้องได้รับความช่วยเหลือ”
พร้อมย้ำว่า การเมืองสามารถแข่งขันกันได้ แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติ การบริหารประเทศต้องมาก่อน เสนอว่า จุดที่รัฐบาลควรเร่งปรับปรุงคือ “การสื่อสาร” เพราะการทำงานที่ดีแต่ไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ อาจทำให้ผลงานของรัฐบาลไม่ถูกมองเห็น พร้อมเสนอให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์และมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
Advertisement