
วันที่ 13 ส.ค. 69 ที่ สน.พลับพลาไชย 1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าย่านตลาดนัดคลองถมพัฒนา ร่วมกับ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.)
โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการ สคบ. ปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. และพ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผู้กำกับการ สน.พลับพลาไชย 1 ร่วมแถลง ภายหลังชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของ สคบ. บูรณาการกำลังร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ สน.พลับพลาไชย 1 เข้าตรวจค้นแหล่งลักลอบจำหน่ายรายใหญ่ในพื้นที่
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน และกำชับให้ทุกหน่วยงานยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 67 น.ส.ศุภมาสจึงกำหนดให้การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนโยบายเชิงรุกของ สคบ. และสั่งการให้จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจขึ้นเป็นการเฉพาะ ทำหน้าที่สืบสวน รวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่ปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่นำมาแถลงในวันนี้
สำหรับผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรวม 5 จุด แบ่งเป็นห้องพักและจุดเก็บสินค้าภายในอาคารแฟลตคลองถม 4 จุด และโกดังเก็บสินค้าอีก 1 จุด ซึ่งใช้เป็นทั้งที่พักสินค้าและจุดกระจายสินค้าไปยังหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หัวบรรจุน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท เก็บไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ฝ่าฝืนขายบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งจะมีโทษตามมาตรา 56/4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถเปรียบเทียบปรับเพื่อระงับคดีได้
“นายกรัฐมนตรีอนุทินย้ำเสมอว่าบุหรี่ไฟฟ้ากำลังทำร้ายลูกหลานของเรา ดิฉันจึงขอเรียนย้ำอีกครั้งว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ห้ามขายเด็ดขาด วันนี้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของ สคบ. พิสูจน์แล้วว่าเราเอาจริง เราไม่รอให้มีเรื่องร้องเรียนแล้วค่อยตามแก้ แต่ตัดวงจรตั้งแต่ต้นทาง ทั้งแหล่งเก็บ แหล่งกระจาย และช่องทางออนไลน์ ใครที่ยังลักลอบขายอยู่ ขอให้ทราบว่าท่านคือเป้าหมายต่อไป" น.ส.ศุภมาส กล่าว
น.ส.ศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้กำชับให้ขยายผลไปถึงผู้นำเข้า ผู้จัดหา แหล่งเก็บสินค้า ผู้กระจายสินค้า ผู้จำหน่าย และเครือข่ายออนไลน์ทั้งหมด เป้าหมายไม่ใช่การจับเฉพาะปลายทาง แต่คือการตัดวงจรทั้งระบบ พร้อมมอบหมายให้นายประเดิมชัย และ ดร.พัชรินทร์ ร่วมติดตามความคืบหน้าและรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นายรณรงค์ เลขาธิการ สคบ. ระบุว่า สคบ. จะเดินหน้าทำงานเชิงรุกร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป และขอเตือนผู้ปกครองให้เฝ้าระวังบุตรหลาน เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง มีนิโคตินเทียบเท่าบุหรี่ธรรมดาถึง 20 มวน และละอองมีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ปอดได้ลึกและขับออกได้ยาก แต่ยังมีความเข้าใจผิดคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย ทั้งที่จริงแล้วการสูบบุหรี่ไฟฟ้าคือการนำสารเคมีก่อมะเร็งและโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ดังนั้น บุหรี่ไฟฟ้าจึงเป็นสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
"รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ผลประโยชน์ของผู้ลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้ามาทำลายสุขภาพและอนาคตของเด็กและเยาวชนไทย เป้าหมายของดิฉันไม่ใช่จำนวนของกลางหรือจำนวนคดี แต่คือการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ยากที่สุด และหมดไปจากสังคมไทยในที่สุด หากพบเห็นการลักลอบจำหน่ายหรือโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าที่ใด ขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามา ทุกเบาะแสของท่านคือกระบองของยักษ์ที่จะฟาดลงไปยังผู้กระทำผิด" น.ส.ศุภมาส กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599
Advertisement