Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
9 เครือข่ายอาสาบุกสภาฯ ดันโทษประหารคดีอุกฉกรรจ์ปราบคนผิดซ้ำซาก

9 เครือข่ายอาสาบุกสภาฯ ดันโทษประหารคดีอุกฉกรรจ์ปราบคนผิดซ้ำซาก

3 ส.ค. 69
13:05 น.
แชร์

9 เครือข่ายอาสา บุกสภาฯ ยื่นหนังสือยกเว้นลดโทษคดีอุกฉกรรจ์ ดันใช้โทษประหารจริง ปราบคนผิดซ้ำซาก ด้านพรรคเศรษฐกิจขานรับ เตรียมล่าชื่อแก้กฎหมาย 

วันที่ 3 ส.ค. 69 ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนาย คริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ,น.ส. อังสณาเนียมวณิชกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ รับหนังสือ 9 กลุ่มจิตอาสา นำโดยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วย มูลนิธิเป็นหนึ่ง, สายไหมต้องรอด ,มูลนิธิองค์กรทำดี,กลุ่มประชาชนเพื่อประชาชน , กลุ่มจ่าคิงส์สะพานใหม่ ,กลุ่มมุสลิมอาสาพัฒนาสังคม, มูลนิธิวินวิน และกลุ่มไทยไม่ทน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบังคับใช้โทษประหารชีวิตในคดีฆาตกรรมร้ายแรง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำผิดมีพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำซาก 

โดยนายแทนคุณ กล่าวว่า ขอให้มีการผลักดันมาตรการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับฆาตกร ที่ประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศ โดยลงโทษประหารชีวิตและทบทวนมาตรการการลดโทษพักโทษหรือการปล่อยตัวและให้บังคับใช้ พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือใช้ความรุนแรงพ.ศ 2565 อย่างเคร่งครัดและเข้มข้นขึ้น 

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศในประเทศไทยมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับ 2 พี่น้องชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ในประเทศไทยรวมทั้งชาวไทยที่ต้องเสียชีวิตในกรณีล่าสุดส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยเฉพาะเสียงเรียกร้องที่สะท้อนถึงความต้องการให้มีการดำเนินการประหารชีวิตอาชญากร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมที่จะรักษาและสร้างความเชื่อมั่น ให้เป็นหลักประกันด้านความปลอดภัยที่ควรจะเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ต้นน้ำคือการป้องกันการจับกุมดำเนินคดีการส่งฟ้องการตัดสินคดีจนถึงปลายน้ำคือการคุมขังบำบัดฟื้นฟูและการพิจารณาเหตุบรรเทาโทษตามคำพิพากษาการลดวันต้องโทษจำคุกการพักโทษการปล่อยตัวในกรณีต่างๆรวมถึงการพ้นโทษ โดยเฉพาะการพิจารณาให้ใช้โทษประหารชีวิต และงดการใช้มาตรา 52 (1) ในพฤติกรรมอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ จากการลดโทษ 1 ใน 3 เปลี่ยนเป็นการจำคุกตลอดชีวิต หรือ(2)ลดโทษกึ่งหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นจำคุก 25-50 ปี ด้วยเหตุนี้ เป็นการลดโทษต่อเนื่องในที่สุดก็เหลือโทษจำขังเพียงไม่กี่ปี 

"จนประชาชนจำนวนมากเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยเป็นเพียงเสื่อกระดาษที่ไม่มีใครเกรงกลัว หรือการฆาตกรรมการฆ่าคนตาย ติดคุกไม่กี่ปีก็พ้นโทษ และก่อเหตุซ้ำๆอีกทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตคนไทย ที่ดูเหมือนว่าอาจจะไร้ค่ากว่าชีวิตฆาตกรหรือไม่จนไม่มีอาชญากรคนไหนสำนึก หรือเกรงกลัวต่อการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในเรื่องเกี่ยวกับชีวิตและเพศการใช้ความรุนแรงควรมีมาตรการบำบัดฟื้นฟู แก้ไขพฤติกรรมให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปัจจุบัน" นายแทนคุณ กล่าว 

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนการประหารชีวิตอาชญากรคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญต่อชีวิตเพศและทรัพย์สินและยาเสพติดร้ายแรงเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมควรปฏิรูปทั้งระบบเพื่อสร้างความคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยให้กับผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่อาศัยลงมือทำธุรกิจและนักท่องเที่ยวในราชอาณาจักรไทย ได้อย่างเต็มที่ และควรนำเรื่องความปลอดภัยจาก อาชญากรรม ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงจัง รวมทั้งหามาตรการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเชิงป้องกันให้มีความรวดเร็วทันสมัยมีประสิทธิภาพเช่นการใช้เทคโนโลยีตรวจจับ จาก AI ผ่านกล้องวงจรปิดหรือ โดรน หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ เครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังป้องกันการตรวจจับบุคคลอันตรายที่เคยก่ออาชญากรรมร้ายแรงมิให้เข้าใกล้เข้าถึงพื้นที่เปราะบางเช่นโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมทั้งมีมาตรการเข้มข้น ในการดำเนินคดีฐานความผิดคดีอุทกกันและสะเทือนขวัญที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสังคมไม่ว่าจะเป็นการปล้นฆ่าข่มขืนการทำร้ายร่างกายจนผู้อื่นถึงแก่ความตายให้ลงโทษ ประหารชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้นและยกเลิกการลดโทษต่อบุคคลเหล่านั้นทุกกรณีรวมทั้งวิวัฒนาการบำบัดฟื้นฟูผู้เคยมีประวัติในการกระทำความผิดร้ายแรงที่พ้นโทษให้อยู่ในการกำกับดูแลของกรมคุมประพฤติ เพื่อติดตามพฤติกรรมหลังพ้นโทษอย่างเคร่งครัด 

ด้านนางชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ กล่าวว่า ตนเองทำงานด้านเด็กและสตรี เห็นเหยื่อที่ถูกใช้ความรุนแรง ล่าสุด ด.ญ. 1 ปี 11 เดือน โดนปู่เลี้ยงข่มขืน กัดทั่วร่างกายอวัยวะเพศฉีกขาด คนเหล่านี้ทำผิดซ้ำๆ ติดคุกแล้วออกมาทำอีก ใครจะมองว่าเรารุนแรงไม่สนใจ ณ เวลานี้มีคนที่รุนแรงกว่า พวกเราเยอะ 

"อย่างไอ้ป๋อง อาจจะมีมากกว่าไอ้ป๋องคนเดียวด้วยซ้ำ เราไม่ได้มาผลักดันเรื่องของป๋องที่ผ่านมาเราพยายามเรียกร้องโทษประหารชีวิตหรือโทษสูงสุดไม่จำเป็นต้องลดโทษคนเหล่านี้ได้หรือไม่เจ้าหน้าที่มักจะบอกว่า อยู่ในคุกประพฤติดี เพราะพื้นที่มีแค่นั้น จะแสดงอภินิหารอะไรได้ แต่พอออกมาจากข้างในคนเหล่านี้ก็จะทำสันดานเดิมๆไม่ได้เป็นแค่นิสัยแต่เป็นที่สันดานชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตใครจะบอกว่าไม่ได้ก็ในเมื่อคนที่ถูกกระทำเสียชีวิตไม่ไปแล้ว เราไม่สามารถเรียกร้องให้เขากลับมามีชีวิตได้แล้วทำไมเราจะต้องไปให้ผู้กระทำเสียชีวิตอีกไม่มีอะไรดีขึ้นแล้วคนที่เสียชีวิตเขามีโอกาสเรียกร้อง หรือไม่ ญาติที่ต้องทนกับความเจ็บปวดที่ต้องเห็นลูกหลานโดนกระทำ มันตลกที่จะบอกว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธเราทำแบบนี้ไม่ได้ ถามว่าถ้าโทษเราหนักจริงแรงจริงอาชญากรรมทำไมจะไม่ลดที่ผ่านมามันมีให้เห็นอะไรที่เราปราบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมันน้อยลงจริง "ต้นอ้อ กล่าว 

ด้านนาย อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ต้องขัง รู้นิสัยใจคอ บางคนไม่ปรับจริงๆ แต่สิ่งที่สังคมเราควรปรับคืออยากให้ปรับนักสิทธิฯ 

"ถ้าโลกสวยมากเอาอาชญากรที่อุกฉกรรจ์เหล่านี้ไปใส่กำไร EM แล้วอยู่บ้านท่าน แล้วคอยดูแลท่านท่านดูแลให้ดีที่สุดเลย ผมเป็นพ่อคนถ้านึกสภาพลูกเราโดนอย่างนั้นเราจะรู้สึกอย่างไรผมไม่เข้าใจว่าเขาเรียกร้องสิทธิ์ให้กับฆาตกรหรือพวกกระทำความผิดโลกสวยเกินไปบางทีไม่ถูกต้อง ผมมองว่า มันถึงเวลาที่พวกเราต้องดูแลคนบริสุทธิ์ของประเทศเราถึงเวลาที่เราต้องดูแลปุถุชนวิญญูชนสามัญชนที่เคารพในกฎหมายถึงเวลาที่พวกคุณต้องแก้ ถึงเวลาที่พวกสส.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ปรับใช้และบังคับใช้ถ้ามากเกินไป ละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็เอาพวกนั้นไปอยู่ในบ้านท่าน" นายอัครวุธ กล่าว 

ขณะที่นายระพี ชำนาญเรือง กล่าวว่า คนไทยมีทั้งหมด 65 ล้านคน คนที่กระทำผิดซ้ำๆแบบนี้ ตนได้สัมผัสแล้วได้ไปสัมผัสกับเหยื่อจึงอยากฝากไปถึงข้าราชการหรือผู้มีอำนาจทุกคน ว่าเราให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายแต่ไอ้คนที่กระทำผิดซ้ำยังได้ออกกลับมา จึงเกิดคำถามว่าญาติของเหยื่อจะได้รับความเป็นธรรมอย่างไร วันนี้ถ้าพวกอาชญากรพวกนี้ออกมา ปรับตัวอยู่ในสังคมเราพวกมันอยู่ได้แต่พวกเราจะอยู่กันได้ยังไง จึงอยากฝากถึงผู้มีอำนาจที่ออกกฎระเบียบต่างๆรวมถึงนักสิทธิฯ 

ด้าน น.ส. อังสณา กล่าวว่าตนทำงานกับเด็กและสตรีมานาน โทษประหารมีมานานแล้ว แต่ครั้งล่าสุดที่ประหารประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว แต่ เหตุการณ์ อุกฉกรรจ์เกิดขึ้นอยู่ตลอด เมื่อเกิดขึ้นก็ออกมาเรียกร้อง พอผ่านไปก็ลืม พรรคเศรษฐกิจจึง อยากผลักดันกฎหมายประหารให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น เพราะตอนนี้เราหย่อนยานกันจนคนกระทำผิดไม่ได้กลัว บางคนถึงขั้นพูดว่าทำไปไม่กี่ปีก็ได้ออกมาแล้วถ้าคนไม่กี่ปี เช่นกรณีนายศักดิ์ ปากรอที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไป 5 ชีวิตเมื่อพ้นโทษออกมาก็ถูกยิงเสียชีวิต ทำให้เกิดศาลเตี้ย จึงอยากผลักดันให้กฎหมายประหารชีวิตกลับมาศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งให้คนเหล่านี้เกรงกลัวที่จะตัดสินใจในการกระทำความผิดก่อน 

นายคริส กล่าวว่า ตนรู้สึกถึงความโกรธแค้นปวดร้าว ที่ทุกคนมายื่นหนังสือเพื่อแสดงเจตจำนงของคนไทย ในการที่จะบอกว่าวันนี้เราจะไม่เอาวิธีการจัดการแบบเดิมอีกแล้ว 

"กระบวนการยุติธรรมไทยวันนี้ผมถือว่าล้มเหลวสิ้นเชิง วันนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ่งที่เราจะทำได้คือการเสนอแก้ไขกฎหมายประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา วันนี้กฎหมายประหารชีวิตมีอยู่ แต่วันนี้เราไม่กล้าใช้ ศาลตัดสินประหารจริงแต่ไม่มีการประหารชีวิตจริงเพราะเราถูกแรงกดดันจากนานาประเทศ วันนี้เราแคร์อนุสัญญาบ้าบอ แต่วันนี้คนไทยตายจริง วันนี้ต่างชาติตายจริง ที่นี่ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตัวเอง กฎหมายของเราเราต้องกล้าบอกว่าเราจะจัดการบริหารบ้านเมืองเราอย่างไร วันนี้ถ้าอาชญากรคนไหนกล้าที่จะทำผิดกฎหมาย ต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง และต้องได้รับโทษโดยไม่มีการลดโทษ" นายคริส กล่าว 

นายคริส กล่าวต่อว่า ไม่ใช่แค่อาชญากรรมแต่จะต้อง ทำในคดีทุจริตด้วย เราปล่อยให้คุกเป็นที่ที่เอาไว้ขังขังเสร็จแล้วแป๊บเดียวก็ปล่อยออกมา วันนี้ พรรคเศรษฐกิจเสนอว่าจะต้องไม่มีการลดโทษผู้กระทำความผิดเหล่านี้อีก หลายครั้งที่อาชญากรนักการเมืองข้าราชการที่กระทำความผิดในประเทศไทยไม่เก่งกว่าต่อกฎหมายเพราะเขารู้ตัวอยู่แล้วว่าเขาจำนนต่อหลักฐานเขาสารภาพ จากโทษประหารชีวิตก็โดนแค่ตลอดชีวิต และเข้าไปอยู่ในคุกประพฤติปฏิบัติตัวดี ก็ได้ลดโทษ เหลือโทษจริง 7 ปี วันนี้กระทรวงยุติธรรมต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเอานักโทษเหล่านี้เข้าไปในคุกแล้ว บอกว่าจะบำบัด แต่วันนี้กระทรวงยุติธรรมไทยไร้สาระไม่ทำงานในสิ่งที่ควรจะทำ วันนี้ภาคประชาชนพูดกับประชาชนทั้งประเทศว่าเราจะไม่ยอมให้กระทรวงยุติธรรมทำแบบนั้นอีกแล้วจึงเสนอว่าอาชญากรคนไหนที่กระทำความผิดโดยร้ายแรงต้องถูกประหารชีวิตจริง 

"วันนี้ไม่มีใครกำจัดเขาออกจากสังคมไอ้ธง ไอ้ป๋อง เข้าไป 7 ปี ออกมาปุ๊บ ฆ่า 3 พ่อแม่คนไทย และฆ่า 2พี่น้องชาวรัสเซียต่อ วันนี้เรายอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้แล้ว วันนี้เราปล่อยผ่านไม่ได้แล้วพรรคเศรษฐกิจ มีสส 3 เสียงยังไม่พอที่จะแก้ไขกฎหมาย จึงขอวิงวอนให้สส. พรรคอื่นร่วมกันเซ็นแก้ไขกฎหมายนี้ ในสภาต้องการเพียง 25 เสียง แต่ถ้าไม่มีสสคนไหนเสนอวันนี้ประชาชนสามารถที่จะรวมกันเซ็นชื่อ 10,000 ชื่อ แก้ไขกฎหมายนี้ได้และขอเสียงวิงวอนจากตัวแทนประชาชนทั้งหมด ในสภา 250 เสียง ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านถ้าเห็นตรงกันร่วมกันเซ็นร่วมกันผ่านกฎหมายนี้เป็นการประกาศเจตจำนงว่าเราจะไม่เอาอาชญากรไม่เอาสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทยอีก" นายคริสต์ กล่าว 

นายคริส ยังกล่าวต่อว่า เรื่องนี้สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในสมัยหน้าช่วงปลายเดือน ส.ค.ได้เลย เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน และคิดว่าไม่น่าจะเกิน 1 ปี กฎหมายนี้จะบังคับใช้ได้

Advertisement

แชร์
9 เครือข่ายอาสาบุกสภาฯ ดันโทษประหารคดีอุกฉกรรจ์ปราบคนผิดซ้ำซาก