
วันที่ 2 ส.ค. กัน จอมพลัง หรือนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ พาญาติ สามพ่อแม่ลูกที่ถูกนายป๋อง ฆาตกรรม ก่อนจะไปก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์สองพี่น้องชาวรัสเซีย ในจังหวัดชลบุรี เข้าพบพันตำรวจเอก วราวุธฒิ นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ. ห้วยใหญ่ เพื่อสอบถามข้อมูลที่ยังคาใจเกี่ยวกับการติดตามหาผู้เสียชีวิตของตำรวจที่ไม่มีความคืบหน้า หลังจากหายตัวปริศนา
น้องสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า มาแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม เพราะก่อนหน้านี้พยายามติดต่อกับญาติทั้งสามคน แต่ติดต่อไม่ได้ จากนั้นก็ได้พยายามสอบถามความคืบหน้าว่าตำรวจติดตามไปถึงไหนแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เคยถามตำรวจที่รับแจ้งความ ตำรวจกลับถามว่าหายไปอยู่กับกิ๊กหรือเปล่า ก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่ เพราะผู้เสียชีวิตหายไปทั้ง 3 คน
ตนเองเคยเห็นภาพประกาศตามหา สองพี่น้องสาวรัสเซีย ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งย่านชากแง้ว ก็ยังคิดอยู่ว่าตำรวจจึงไม่ติดตามญาติของตนเองเช่นนี้บ้าง ลำพังตนเองจะไปตามหาได้อย่างไร จนกระทั่งมาทราบว่านายป๋องกับพวกเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์สองพี่น้องชาวรัสเซีย และเป็นผู้ที่ก่อเหตุฆาตกรรมสามพ่อแม่ลูกญาติของตนด้วย ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเสียใจ ว่าถ้าตำรวจใส่ใจติดตามคดีของตน เรื่องร้ายคงไม่เกิดกับสองพี่น้องชาวรัสเซีย
อีกทั้งข้อมูลการเสียชีวิตของสามพ่อแม่ลูก ก็มาจากคำให้การของนายธง หนึ่งในผู้ต้องหา ถ้านายธง ไม่เล่าเรื่องจริงทางตำรวจก็คงไม่รู้ว่าญาติของตนเองถูกในป๋องและนายธง ฆาตกรรม
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าญาติของตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่นายป๋อง ตามมามาทวงเงินยาเสพติดที่ติดค้างไว้ก่อนหน้านี้นั้น ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตทั้งสามคนไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่คนตายไม่มีสิทธิ์ที่จะออกมาพูดชี้แจงได้ จึงอยากให้ความเป็นธรรมกับกรณีนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นอยากให้ตำรวจให้ความสำคัญและใส่ใจความทุกข์ร้อนของประชาชนให้มากกว่านี้ อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บางช่วงในขณะที่ญาติได้สัมภาษณ์ พูดพี่สาวที่เสียชีวิตได้ร้องไห้ออกมาด้วย
ด้าน กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า วันนี้ได้พาญาติผู้เสียชีวิตมาพูดคุยเพื่อสอบถามข้อมูลกับตำรวจเพื่อให้หายคาใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าอยากให้ตำรวจทำงานด้วยความใส่ใจ คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกเรื่อง และอย่าให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างให้ตำรวจทุกโรงพักนำไปปฏิบัติในเรื่องการใส่ใจประชาชนที่มาแจ้งความ โดยเฉพาะการแจ้งความคนหายเพราะอาจจะถูกฆาตกรรมเหมือนเช่นคดีนี้ก็เป็นได้
ส่วนการที่มีข้อเรียกร้องจากสังคมให้มีการลงโทษ นายป๋องและพวกขั้นสูงสุดคือประหารชีวิตนั้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาด้วย การให้โอกาสผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์ในการกักตัวเป็นคนดีนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วย หลังจากที่ผู้ต้องขังเหล่านั้นพ้นโทษออกมา
ซึ่งการประหารชีวิตผู้ต้องขังนั้น แน่นอนว่าจะมีนักสิทธิมนุษยชน หรือเอ็นจีโอ ออกมาคัดค้านอย่างแน่นอน ตนจึงเสนอความเห็นว่า ถ้าผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์อยากให้ เอ็นจีโอเหล่านั้นรับไปดูแลสักระยะ เพื่อติดตามดูพฤติกรรมต่อเนื่องว่า กลับตัวกลับใจ พร้อมจะเป็นคนดีสู่สังคมได้แล้วหรือไม่ ถือเป็นการช่วยกันอีกทางที่จะทำให้สังคมดีขึ้น
Advertisement