
พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ควบคุมตัวนายองอาจ หรือ ไอซ์ อายุ 20 ปี ไปขออำนาจศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกฝากขังผลัดแรก ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ, ร่วมกันยิงปืนในที่สาธารณะ เมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษสูงและผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถคุมขังทีมข่าวพยายามสอบถามมูลเหตุจูงใจ แต่ผู้ต้องหานิ่งเงียบไม่ต้องคำถามใดๆ มีเพียงแค่หันมามองหลังจากถูกถามว่า " มีอะไรจะพูดถึงผู้เป็นแม่หรือไม่"
ส่วนทางด้านเด็กชายมาร์ตี้ พนักงานสอบสวน ได้คุมตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางไปแล้วเมื่อวานนี้
ส่วนความคืบหน้าทางคดี วันนี้พนักงานสอบสวน จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลฯ อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 3 คน คือนายเตอร์ นายเบนซ์ และนายแก้ว ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนอีก 3 ข้อหา ส่วนนายไอซ์ และเด็กชายมาร์ตี้ ตอนแรกให้การภาคเสธ โดยเฉพาะเด็กชายมาร์ตี้ ที่อ้างว่านายไอซ์เป็นคนลงมือเองทั้งหมด แต่จากแนวทางการสืบสวน พบว่าเด็กชายปาร์ตี้เป็นคนขับรถปาดหน้า แล้วหยุดรถเพื่อให้นายไอซ์ยิง
หลังจากลงมือเสร็จเด็กชายมาร์ตี้ ขับรถทยอยส่ง ผู้ร่วมก่อเหตุอีก 4 คน เสร็จแล้วก็นำรถกลับบ้านโดยบอกแม่ว่าถูกอีกฝ่ายยิงใส่ก่อน และแม่กำลังจะนำรถไปซ่อม เพื่อทำลายพยานหลักฐาน แต่ฝ่ายสืบสวนสามารถตามไปยึดรถได้ก่อน
ส่วนนายไอซ์ ตอนแรกให้การอ้างว่า รอยกระสุนที่กระจกฝั่งซ้าย ถูกกลุ่มผู้บาดเจ็บยิงใส่ก่อน ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ วิถีกระสุนและคาบเขม่าดินปืน จำหน่ายไอซ์ยอมจำนนต่อหลักฐานรับสารภาพว่านัดที่ 3 เกิดปืนลั่นภายในรถทำให้กระสุนเจาะกระจกมาจากด้านในรถ
สำหรับพฤติการณ์การก่อเหตุพบว่าแก๊งนี้ ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากขี่รถจักรยานยนต์เปลี่ยนเป็นรถยนต์ซึ่งในรถจะพกปืนไว้ตลอดเวลา โดยให้นายมาร์ตี้เป็นคนขับตระเวนไปเรื่อยๆถ้าพบเจอคู่อริก็จะลงมือก่อเหตุทันที
นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายไอซ์ มีนามสกุลเดียวกับรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง
Advertisement