
จากกรณี นายฉลวย หรือ ดำ บ้านใต้ หรือ ดำ บางกะปิ ก่อเหตุแทง ร.ต.ท.สิทธิชัย เพชรอินทร์ หรือ หมวดแจ๊ค 191 สังกัด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในงานวันเกิดของ “จ่าอู๊ด รัชดา” ที่ร้านบ่อตกกุ้งแห่งหนึ่ง ใกล้แยกวังหิน เขตลาดพร้าว กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย จับกุมตามหมายจับ ศาลอาญา รัชดา ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ เมื่อวานนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำตลอดทั้งคืนถึงสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้
ล่าสุดเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ส.ค. 69 พนักงานสอบสวน สน.โชคชัยได้คุมตัวนายฉลวย หรือ ดำ บ้านใต้ หรือ ดำ บางกะปิ ขึ้นรถคุมขัง เพื่อนำไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดา ระหว่างนำตัวออกมา ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายฉลวย หรือ ดำ บ้านใต้ หรือ ดำ บางกะปิ ถึงสาเหตุการก่อเหตุว่าทำไปเพื่ออะไร หรือมีเรื่องบาดหมางกับใคร โดยเจ้าตัวใส่หมวกได้แต่ก้มหน้าไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชนทั้งสิ้น
ขณะที่ พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า นายฉลวย ผู้ต้องหา ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า สาเหตุที่มีการใช้อาวุธมีด อ้างว่าเป็นการป้องกันตัวจากการถูกบุคคลที่สามทำร้าย ซึ่งยืนยันว่าไม่รู้จัก และไม่เคยมีปัญหาเรื่องบาดหมางกันกับคู่กรณี ส่วนอาวุธมีด มีการพกมาเตรียมการหรือไม่นั้น มีการปฏิเสธกับพนักงานสอบสวนโดยอ้างว่าให้การในชั้นศาลฯ
ส่วนอาการบาดเจ็บของ ร.ต.ท. สิทธิชัย เพชรอินทร์ หรือ “หมวดแจ๊ค 191 รองสารวัตร สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ขณะนี้อาการบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีการไปสอบปากคำ เจ้าตัวให้การกับตำรวจว่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรือมีเรื่องมาดหมางอะไรกันกับนายฉลวย ผู้ต้องหา ซึ่ง เจ้าตัวเดินทางไปร่วมงานเพียงคนเดียว โดยไม่ได้เป็นลูกน้องของใคร ยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มีการให้ข้อมูลว่าใครเป็นหัวหน้า หรือมีการชักชวนไปร่วมงานวันเกิด ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้ต้องหาสามารถที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ตำรวจจึงมีการดำเนินคดีในฐานความผิด พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธมีด
แม้ว่าหลังจากเกิดเหตุ นายฉลวย หรือ ดำ บ้านใต้ หรือ ดำ บางกะปิ ผู้ต้องหา มีการเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตำรวจก็มีการออกหมายจับก่อนหน้านี้แล้ว และยืนยันว่าเป็นการจับกุมตัวตามหมายจับ ส่วนเหตุผลการจะได้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
Advertisement