
วันที่ 25 ก.ค. 69 นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ เลขานุการคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศ ของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า ท่ามกลางภาวะโลกผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน กำแพงการค้า ภัยไซเบอร์ และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ล้วนส่งผลกระทบปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยตรง ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับการต่างประเทศ โดยได้ก้าวจากการเป็นเพียง "ผู้ตาม" กลับสู่ "จอเรดาร์โลก" อย่างสง่างาม ด้วยนโยบายการต่างประเทศเชิงรุกที่ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นายร่มธรรม กล่าวว่า นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลชุดนี้ โดยเร่งสร้างสถานะและความเชื่อมั่นบนเวทีโลก กระชับความสัมพันธ์กับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว พร้อมขับเคลื่อนการฑูตเศรษฐกิจ การเจรจาการค้า และบุกตลาดใหม่ ที่ขยายโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจ มุ่งเน้นการปกป้องอธิปไตย ยกระดับความมั่นคงบริเวณชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดน
นายร่มธรรม กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้ปฏิบัติภารกิจเชิงรุกทั้งการเยือนต่างประเทศและการต้อนรับผู้นำพันธมิตร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างมาก โดยผลประโยชน์ที่ตกถึงมือประชาชน คือ ด้านความปลอดภัย ได้กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ได้แก้ไขอุปสรรคการลงทุน เปิดตลาดส่งออก และดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติ ด้านสิ่งแวดล้อม ได้สานความร่วมมือรับมือภาวะโลกรวนและแก้วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดน
นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า จุดแข็งสำคัญของรัฐบาลชุดนี้คือเอกลักษณ์และเคมีเฉพาะตัว ของนายกรัฐมนตรี ที่ “เข้าถึงง่ายแต่ทรงพลัง” มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมและจริงใจ สามารถสร้างความไว้วางใจกับผู้นำต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนบรรยากาศตึงเครียดให้เป็นความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ ถือเป็น Soft Power เฉพาะตัว ในขณะเดียวกันก็มีความเด็ดขาดและยึดมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติตรงไปตรงมา
นายร่มธรรม ยกตัวอย่างการต่างประเทศเชิงรุกคือ การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16-20 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือ และสานต่อความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย-จีน ซึ่งนายอนุทินได้นำคณะทีมไทยแลนด์ เข้าคารวะประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และเข้าหารือทวิภาคีกับ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และ นายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ณ นครเซี่ยงไฮ้ การเปิดงานสัมมนาการลงทุนไทย-จีน (มณฑลเสฉวน) และเปิดฝ่ายการลงทุน ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู นอกจากจะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตแล้วยังสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งการดึงทุนสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การกระตุ้นท่องเที่ยว และการหารือความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
"ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เราเห็นว่าทิศทางการต่างประเทศภายใต้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งแต่การแถลงนโยบายจนถึงการทำจริงในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เป็นเครื่องพิสูจน์เจตนารมณ์ “พูดแล้วทำ” ของรัฐบาลชุดนี้ ที่ผมมั่นใจว่าจะนำประเทศไทยก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีโลกอย่างสง่างาม เพื่อเป้าหมายเดียว คือทำให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง" นายร่มธรรม กล่าว
Advertisement