
วันที่ 9 ก.ย. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เปิดเผยความคืบหน้าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ว่า ขณะนี้เข้าสู่วันที่ 3 ของการพิจารณา หลังจาก 2 วันที่ผ่านมา ใช้เวลาประชุมเต็มวันและเลิกประมาณตี 1 โดยตามกรอบเวลาที่หารือร่วมกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ตั้งเป้าพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7-9 กันยายน
ขณะนี้การพิจารณาเข้าสู่มาตรา 20 ซึ่งเป็นงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย โดยยอมรับว่ามีสมาชิกลงชื่ออภิปรายจำนวนมาก เนื่องจากเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและพื้นที่โดยตรง จึงขอความร่วมมือทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลช่วยกันลดจำนวนผู้อภิปราย เพื่อควบคุมเวลาให้อยู่ในกรอบเดิม
นายกรวีร์ ระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลได้บริหารเวลาและย้ำเตือนเรื่องการใช้เวลามาตั้งแต่วันแรก ขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็ได้ปรับลดจำนวนผู้อภิปรายลงบางส่วนแล้ว และคาดหวังว่ากระทรวงอื่นๆ ที่มีสมาชิกให้ความสนใจอภิปรายจำนวนมาก เช่น กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข จะสามารถควบคุมเวลาได้เช่นกัน
สำหรับเวลาที่ใช้ในการประชุม 2 วันที่ผ่านมา วันที่ 7 กันยายน ใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมงกว่า และวันที่ 8 กันยายน ใช้เวลา 15 ชั่วโมงกว่า โดยฝ่ายรัฐบาลใช้เวลารวมประมาณ 9 ชั่วโมง 19 นาที ขณะที่ฝ่ายค้านใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายมากกว่ารัฐบาลประมาณ 3 ชั่วโมง
ส่วนจะสามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันนี้โดยไม่ต้องขยายเวลาหรือไม่นั้น นายกรวีร์ ระบุว่า พยายามให้เป็นไปตามกรอบดังกล่าว แต่ต้องดูสถานการณ์ในช่วงบ่าย โดยขอให้ผ่านกระทรวงหลักๆ ไปก่อนประมาณ 2-3 กระทรวง หากทั้งสองฝ่ายช่วยกันจำกัดเวลา ก็อาจต้องประชุมต่อเนื่องจนดึกเล็กน้อย
นายกรวีร์ย้ำว่า การอภิปรายในวาระที่ 2 เป็นสิทธิของสมาชิกที่ยื่นแปรญัตติไว้ จึงไม่สามารถห้ามการอภิปรายได้ทั้งหมด แต่สามารถขอความร่วมมือให้บริหารเวลาและลดจำนวนผู้อภิปรายลงได้
ส่วนหากท้ายที่สุดต้องขยายเวลาการพิจารณา จะชี้แจงอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่ารัฐบาลพยายามลดเวลาฝ่ายค้าน นายกรวีร์ยืนยันว่า รัฐบาลแสดงความชัดเจนตั้งแต่วันแรกว่า ต้องการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ตรวจสอบและซักถามอย่างเต็มที่ และจากตัวเลขเวลาที่ใช้ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นเวลาของฝ่ายค้าน ดังนั้นรัฐบาลไม่มีเหตุผลที่จะดึงเกมหรือพยายามยืดการพิจารณาออกไปเป็น 4 วัน
ทั้งนี้ หากการพิจารณางบประมาณไม่แล้วเสร็จตามกรอบ วันพรุ่งนี้ยังมีระเบียบวาระที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุไว้แล้ว ทั้งกระทู้ถาม เรื่องรับทราบ รวมถึงประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้และเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.
ส่วนกรณีการประท้วงในช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา นายกรวีร์ กล่าวว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านมา บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี ต่างฝ่ายต่างผ่อนปรนและให้เวลาซึ่งกันและกัน แต่การอภิปรายเมื่อคืนมีการพาดพิงจนทำให้พรรคการเมืองและสมาชิกบางรายเกิดความเสียหาย ฝ่ายรัฐบาลจึงจำเป็นต้องประท้วงและชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมหวังว่าวันนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว เพราะการประท้วงจะทำให้เสียเวลาของทั้งสองฝ่าย
สำหรับท่าทีของพรรคกล้าธรรมในการลงมติแต่ละมาตรา นายกรวีร์ กล่าวว่า แต่ละพรรคต่างทำหน้าที่ของตัวเอง พรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้าน มีการทักท้วงและแสดงความเห็น ขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็ทำหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล โดยที่ผ่านมาในการลงมติบางมาตราอาจมีทั้งการเห็นชอบ งดออกเสียง หรือไม่เห็นด้วย ซึ่งถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.แต่ละพรรค
Advertisement