
เวลา 12.10 น. วันที่ 29 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีราบชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าวกรณีที่รัฐบาลแถลงร่าง พ.ร.บ.งบประใาณปี 70 ว่า ในการแถลงงบประมาณสำคัญมากๆ เพราะต้องใช้เงินเงิน 3.78 ล้านล้านบาท แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีไม่มา ให้รองนายกฯมาแถลงแทน โดยหลักเกณฑ์ในการของบประมาณ มีนโยบาย 7 ประการ แต่งบปี 70 มีอยู่เพียง 2 ประการ คือ 1.ทำตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ 2. ความจำเป็นในการพัฒนาประเทศและแผนพัฒนาประเทศ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความเป็นธรรมต่อสังคม ข้อนี้ไม่ได้ใส่ใจ
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ มองว่า จริงๆแล้วนายอนุทินเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่แค่ในสมัยนี้ สมัยพรรคไทยรักไทยก็เป็นมาก่อนหน้านี้แล้ว การกระทำในอดีตเป็นอย่างไรก็เป็นเครื่องชี้เจตนาว่าบริหารประเทศชาติอย่างไร สุจริตเที่ยงธรรมหรือมีพฤติการณ์ทุจริตหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้อภิปรายไปในทำนองนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าทำเพื่อประโยชน์เพื่อประชาชนก็ดี แต่ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของตนเองมันไม่ดี
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เล่าว่าในการอภิปรายของตนได้เปิด คดีที่DSI กล่าวหานายอนุทิน ว่าฮั้ว สว.ขึ้นมาเป็นเรื่องแรกทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นมาประท้วงทันที หาว่าตนนอกเรื่องและนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นด้วย หาว่าตนนอกเรื่อง แต่ตนมองว่าไม่ได้นอกเรื่อง เพราะต้องให้ดูพฤติกรรมของ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้มีพฤติกรรมบริหารอย่างไรถ้าไม่สุจริตจะบริหารประเทศได้อย่างไร จึงเอาข้อมูลดังกล่าวที่เตรียมจะอภิปรายในห้องประชุมมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน พร้อมมองว่าอภิปรายแค่นี้ก็ถูกนายศุภชัยประท้วงแล้ว ประธานก็เห็นพ้องด้วย
“ ประธานไม่ได้เรียนกฎหมายอย่างผม เป็นครูมาก็ไม่เข้าใจ ถูกผมต่อว่าตั้งแต่ครั้งที่แล้วแล้ว คราวนี้ก็มาตัดสิน ว่าผมไม่ควรพูด ผมไม่ควรพูดได้ยังไง ในเมื่อพฤติกรรมฟ้องเจตนา ประธานก็ไม่ยอมให้ผมพูด ผมก็ถามประธานว่าคนประท้วงก็คนของพรรคภูมิใจไทย ประธานก็พรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า ก็ใช่ จิตใจพฤติกรรมก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเอนเอียง แต่บอกว่าเขาไม่เอนเอียงซื่อตรงซื่อสัตย์ก็ไม่เป็นไร ไม่ยอมให้ผมพูดขัดขวาง เพราะผมจะพูดต่อไปอีกเยอะแยะถึงพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี เมื่อผู้ในสภาไม่ได้ก็มาพูดข้างนอก “พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าว
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ตอนเป็นรัฐบาลชั่วคราว 4 เดือน ไม่ควรพิจารณางบประมาณอะไรเลย แต่กับอนุมัติงบประมาณ 4,000 ล้าน ไปให้กับนายเนวิน จัดการแข่งขันมอไซค์เท่ากับปีละ 800 ล้าน
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ตั้งคำถามว่าขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกไม่มีตังค์ต้องให้เอกชนจัดการแทน อายเอกชนหรือไม่ ที่เอาเงินไปทุ่มเทให้กับพวกตัวเองได้ในการ การแข่งขันมอไซค์ ช่วงเลือกตั้งก็โยกย้ายข้าราชการ เอาผู้ว่าฯบุรีรัมย์มาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง สั่งให้เลือกน้ำเงิน จนมีคดีฟ้องกันอยู่ทุกวันนี้ เรื่องนี้ก็ไม่ยอมให้พูด และเมื่อเลือกตั้งเสร็จจัดตั้งรัฐบาลพรรคโน้นพรรคนี้ และบริหารงบประมาณไปเลย จึงได้งบประมาณที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีต้องมีอุดมการณ์จะได้ไม่ทุจริตและต้องให้พี่น้องประชาชนรวมถึงข้าราชการมีอุดมการณ์ด้วย เพื่อการบริหารประเทศที่เข้าใจตรงกัน รัฐบาลควรทำตัวเองเป็นตัวอย่าง แต่ตอนนี้กลับทำตรงข้ามทุกเรื่อง
“ผมอภิปรายงบประมาณเพื่อต้องการที่สอน เพราะคุยกับควายไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นก็สู้กันอย่างนี้ถ้ารู้กันอยู่แค่นี้คงไม่พอ จำเป็นที่จะต้องให้สื่อมวลชนสื่อสารกับประชาชนให้รู้ด้วย ว่าขณะนี้บ้านเมืองเป็นยังไง เราจะจะอยู่กันอย่างนี้หรือ จะยอมให้คนทุจริตคอรัปชั่น บริหารประเทศหรอ ต้องช่วยกัน ”พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าว
Advertisement