
จากกรณีกระแสข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่าง วัดป่าอดุลยาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น กับลูก และหลานของนายเฮียง ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 30 ปี
ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. 69 นาย ธนากร บุญนคร อายุ 33 ปี ลูกศิษย์ใกล้ชิดพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากญาติโยมติดตามข่าวกรณีการโอนที่ดินของวัด และมีการระบุว่า ต้องใช้เงินในการโอนประมาณ 1,500,000 บาท ทำให้มีประชาชนบางส่วนตั้งใจเดินทางเข้ามาช่วยเหลือวัด โดยมีรายหนึ่งตั้งใจนำเงินมาถวายหลวงพ่อโดยตรง ขณะที่บุคคลดังกล่าวกำลังจะนำเงินออกมาถวาย หลวงพ่อได้บอกให้หยุดไว้ก่อน เนื่องจากเรื่องที่ดินยังอยู่ในกระบวนการของชั้นศาล และหลวงพ่อได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กรมที่ดินว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจริงอาจอยู่ที่ประมาณ 7,000 -8,000 บาทเท่านั้น ทำให้ผู้ที่ตั้งใจนำเงินมาช่วยเกิดความชะงัก และไม่ได้มอบเงินให้ เนื่องจากหลวงพ่อยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว
ทั้งนี้บุคคลดังกล่าวไม่ทราบว่าเดินทางมาจากที่ใด ทราบเพียงว่าเดินทางมากับรถตู้หรือรถบางประเภท และเข้ามาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ที่ต้องการช่วยเหลือวัด
นายธนากร กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องการบริจาคเงินแล้ว บางครั้งยังได้รับโทรศัพท์แทนหลวงพ่อจากผู้ที่ต้องการเสนอความช่วยเหลือ จึงจะแนะนำไปว่า หากต้องการช่วยเหลือ สามารถโอนเงินผ่านคิวอาร์โค้ดหรือเลขบัญชีของวัดที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ได้ หรือหากต้องการให้เกิดความมั่นใจก็สามารถเดินทางมาที่วัด และถวายเงินให้หลวงพ่อโดยตรงได้ ซึ่งหลวงพ่อจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ โดยหากเป็นเงินจำนวนไม่มาก เช่น หลักร้อยหรือหลักสองร้อยบาท หลวงพ่ออาจรับไว้ แต่หากเป็นเงินจำนวนมาก หลวงพ่ออาจพิจารณาว่าไม่เหมาะสมและไม่รับ เนื่องจากเกรงว่าจะดูไม่ดี จึงฝากถึงญาติโยมที่มีความประสงค์จะถวายเงินช่วยเหลือวัดว่า ขอให้เดินทางมาที่วัดโดยตรง หรือสามารถโอนผ่านคิวอาร์โค้ดของวัดได้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและชัดเจน
ขณะที่บรรยากาศภายในวัดป่าอดุลยาราม ยังคงมีประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทเอกชน นำกล้องวงจรปิดจำนวน 8 ตัว มาบริจาคและติดตั้งให้กับทางวัดฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและช่วยเจ้าหน้าที่ในการดูแลพื้นที่โดยรอบวัด
ด้านนายไมตรี วัฒกพาณิชย์ อายุ 39 ปี เจ้าของบริษัท อี เค เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้ประกอบการรับติดตั้งกล้องวงจรปิดในจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า กล้องวงจรปิดทั้งหมดเป็นเงินส่วนตัวที่นำมาบริจาคให้กับทางวัด หลังติดตามข่าวผ่านเพจข่าวต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น และทราบว่ามีการพูดถึงการเรี่ยไรเงินเพื่อจัดหากล้องวงจรปิดให้กับวัด จึงเห็นว่าตนเองประกอบธุรกิจด้านนี้อยู่แล้ว จึงขอร่วมบริจาคกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 8 ตัว พร้อมส่งทีมงานเข้ามาติดตั้งให้เรียบร้อย โดยเบื้องต้นเฉพาะค่าอุปกรณ์ใช้งบประมาณประมาณ 25,000 บาท ส่วนค่าติดตั้งไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย
ตนเองติดตามข่าวกรณีข้อพิพาทของวัดมาโดยตลอด และเป็นคนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เคยเดินทางมาที่วัดแห่งนี้หลายครั้ง แต่เป็นเวลานานแล้ว ซึ่งในอดีตบรรยากาศค่อนข้างเงียบและไม่ค่อยมีประชาชนเดินทางมา แต่เมื่อเห็นข่าวจึงอยากเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิดในการตรวจสอบพื้นที่ได้
สำหรับกล้องวงจรปิดที่นำมาบริจาค เป็นกล้องระบบไอพี ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สามารถดูภาพย้อนหลังและตรวจสอบผ่านโทรศัพท์มือถือได้ โดยพระอนุวัฒน์หรือคณะกรรมการวัดสามารถตรวจสอบภาพได้ จุดที่ติดตั้งเน้นบริเวณประตูทางเข้าและทางออกของวัด รวมถึงจุดที่ทางพระแจ้งว่าเคยมีสายไฟสูญหาย จึงติดตั้งกล้องเพิ่มอีกหนึ่งจุด
นายไมตรี กล่าวอีกว่า หากรวมค่าแรงและอุปกรณ์ทั้งหมดตามราคาปกติ จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 35,000 บาท โดยค่าติดตั้งอยู่ที่จุดละประมาณ 1,500 บาท ค่ากล้องตัวละประมาณ 1,000 บาท รวมถึงเครื่องบันทึก สวิตช์จ่ายไฟ และอุปกรณ์อื่นๆ แต่ครั้งนี้ตนเองขอถวายทั้งหมดให้กับวัด โดยถือเป็นการร่วมทำบุญและช่วยดูแลความปลอดภัยภายในวัดป่าอดุลยาราม
Advertisement