
วันที่ 17 ส.ค.69 เมื่อเวลา 08.45 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะและทีมทนายความ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อมาขึ้นศาลไต่สวนในคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และแจ้งความเท็จ กรณีกล่าวหาครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ที่ดินเขากระโดง
จากนั้นในเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และคณะได้เดินขึ้นศาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ซึ่งการเดินทางมาศาลของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชน เนื่องจากคดีดังกล่าวมีที่มาจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นข้อพิพาทที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นประเด็นสาธารณะที่ได้รับความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการดำเนินการในวันนี้ เป็นกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของศาล โดยศาลจังหวัดบุรีรัมย์กำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องตามที่ได้มีการนัดหมายไว้ ซึ่งการไต่สวนมูลฟ้องเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม และยังมิใช่การวินิจฉัยชี้ขาดว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา โดยภายหลังจากนี้จะต้องรอผลการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ว่า จะมีคำสั่งหรือกำหนดขั้นตอนดำเนินการในคดีต่อไปอย่างไร ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และประเด็นแห่งคดีนั้น ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล จึงควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นหรือการนำเสนอในลักษณะที่อาจกระทบต่อการพิจารณาคดี
จากนั้นเวลา 12.40 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เดินลงมาจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีผู้สนับสนุน แฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจอยู่หน้าบริเวณหน้าศาลจังหวัดบุรีรัมย์เป็นจำนวนมาก รวมถึงได้มีประชาชน และอดีตข้าราชการ ที่อ้างว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในกรณีเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องที่ดิน และเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ มายื่นหนังสือข้อร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับหนังสือข้อร้องเรียนดังกล่าวไว้ เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ความจริงแล้วในวันนี้ตนเองไม่จำเป็นต้องมาศาล เพราะเป็นเรื่องของศาลกับฝ่ายโจทย์ เพียงแต่ฝ่ายของตนจะต้องตั้งทนายมาซักค้านเท่านั้น แต่ตนมีความตั้งใจที่จะมาพบตัวนายเนวิน ด้วยตนเอง และอยากจะสอบถามกับตัวของนายเนวินโดยตรง ว่าเมื่อศาลมีคำพิพากษาไปหมดแล้ว ทำไมถึงยังไม่ยอมคืน และยังจะดื้อรั้นไปทำไม เพราะตนเห็นอย่างกรณีคดีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินแพ้ทุกคดี แม้กระทั่งฝ่ายจำเลยที่ถูกการรถไฟฟ้อง ว่าไปบุกรุกที่ดินของการรถไฟก็ยังแพ้
กรณีของนายเนวิน มันมีความชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกที่ลำรางสาธารณะ คู คลอง มันเห็นตำตา เพราะว่าถ้าเผื่อยังขืนดื้อดันต่อไป รับรองได้ว่า เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ยืนยันว่ายังไงก็ติดคุก แต่ถ้าเผื่อยอมคืนตั้งแต่ตอนนี้ ตนก็อาจจะจบเรื่องลงตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้ และขอให้คืน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การฟ้องในลักษณะดังกล่าวมองว่าเป็นการตั้งใจฟ้องเพื่อปิดปากหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า มันแน่อยู่แล้วเพราะต้องการฟ้องไม่ให้ตนเองพูดต่อไป หยุดวิพากษ์วิจารณ์ แต่คนอย่างตนเองผ่าคดีฟ้องหมิ่นประมาทมาเป็นร้อยคดีไม่ต่ำกว่า 300 คดี และไม่เคยแพ้เลยสักคดีเดียว
ถามต่อว่า ครั้งนี้อยากฝากอะไรถึงคุณเนวิน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ก็อยากจะฝากว่า สู้กับตนในเรื่องนี้ยังไงก็ไม่ชนะตนเองอยู่แล้ว ยอมคืนที่ดินซ่ะดีกว่า เพราะถ้ายอมคืนแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าเขาเคารพกฎหมาย เราจะไปทำทำไมเพราะว่าที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ซึ่งเขาอาจจะคิดว่าตนเองมีความโกรธเคืองเขาก็เรื่องของเขาแต่ตนเองไม่คิด เพราะต้องเข้าใจว่าเมื่อปี พ.ศ.2538 ตนเองเคยจับกุมหัวคะแนนของนายเนวิน คดีจ่ายเงินซื้อเสียงตอนนั้นจับกุมได้เงินสด 11 ล้านบาท หัวคะแนนคนนั้นก็ถูกดำเนินคดีให้จำคุก แต่ทางนั้นก็มาฟ้องกลับตน ตนเองก็ฟ้องกลับคืนว่าฟ้องเท็จ ก็โดนศาลสั่งจำคุกอีก ซึ่งเขาเองน่าจะเป็นฝ่ายที่โกรธตนเอง แต่ตนไม่เคยคิดที่จะโกรธเขาเลย.
Advertisement