
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (Joint Information Center: JIC) เปิดเผยกรณีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์กล่าวหาประเทศไทยว่า ดำเนินการตัดไม้และติดตั้งสิ่งกีดขวางบริเวณแนวชายแดน อันเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ปี 2543
ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยทั้งหมดเป็นไปตามกรอบความร่วมมือทวิภาคี และยึดถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 รวมถึง MOU ปี 2543 อย่างเคร่งครัด ไม่เคยมีนโยบายเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ หรือดำเนินการฝ่ายเดียวเพื่อกระทบต่อสถานะของเขตแดนแต่อย่างใด
พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า การดำเนินมาตรการในพื้นที่ชายแดน เช่น การดูแลพื้นที่ การปรับปรุงเส้นทาง การตัดแต่งพืชพรรณ และการติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เป็นมาตรการด้านความมั่นคงภายในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน มิใช่การรุกล้ำดินแดนหรือเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนตามที่ถูกกล่าวหา
“ไทยยืนยันการยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดตามข้อตกลงร่วม ทั้งการหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การใช้ความอดกลั้น และการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา โดยขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพิ่มความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว
ผอ.ศูนย์ JIC ยังย้ำว่า ประเด็นเขตแดนทางบกต้องดำเนินการผ่านกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศจัดตั้งขึ้นโดยความยินยอมร่วมกัน ซึ่งถือเป็นช่องทางที่เหมาะสมและสันติที่สุดในการจัดการข้อขัดแย้ง
“ไทยยืนยันเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาโดยสันติ ยึดความอดกลั้น และเคารพข้อตกลงร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ และเสถียรภาพของภูมิภาค”
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยขอย้ำว่าทุกการดำเนินการในพื้นที่ชายแดนอยู่ภายใต้กรอบอธิปไตยของประเทศไทย เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนหรือการใช้กำลังแต่อย่างใด
Advertisement