Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ขุนคลังบุกตลาดธนบุรี ประเดิมวันแรก "ไทยช่วยไทย พลัส" สแกนซื้อง่ายมาก

ขุนคลังบุกตลาดธนบุรี ประเดิมวันแรก "ไทยช่วยไทย พลัส" สแกนซื้อง่ายมาก

1 มิ.ย. 69
10:39 น.
แชร์

ขุนคลัง ควง ผู้บริหารใหญ่กรุงไทย บุกตลาดธนบุรี ประเดิมวันแรก "ไทยช่วยไทย พลัส" ลองสแกนซื้อมะพร้าวถอดเสื้อ บอกง่ายมาก ย้ำโปร่งใสตรวจสอบได้ 100% 

วันที่ 1 มิ.ย. 69 ที่ตลาดสดธนบุรี นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมด้วยนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ดูความพร้อมของร้านค้า และการใช้สิทธิ์ของประชาชน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเริ่มให้ประชาชนและร้านค้าได้ใช้สิทธิ์เป็นวันแรก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 

โดยประชาชนได้เข้ามาสอบถาม และต้องการให้เพิ่มวงเงินใช้จ่ายแต่ละวัน เนื่องจากมองว่าวันละ 333 บาทอาจจะน้อยไป รวมถึงอยากให้เพิ่มจากเดือนละ 1,000 บาท เป็น 1,500 บาท โดยนายเอกนิติ ได้อธิบายว่าโครงการดังกล่าวนี้รัฐต้องการช่วยค่าครองชีพของประชาชนจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งพบว่าสินค้ามีการปรับราคาที่สูงขึ้น 

นอกจากนั้นนายเอกนิติ ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านค้า โดยทอดลองสแกนใช้จ่ายโครงการ เลือกซื้อมะพร้าวถอดเสื้อราคา 60 บาท โดยสแกนจ่ายในราคา 24 บาท โดยระบุว่า “ใช้ง่ายมากเลย” ก่อนที่จะการแนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันนกกระซิบ เพื่อวิเคราะห์ยอดขาย เพื่อจะได้รู้ว่าช่วงเวลาใดมีลูกค้าเยอะและช่วงใดที่ลูกค้าน้อยจะได้ทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีช่วงเวลาในการพัก ทั้งยังแนะนำว่าสามารถนำยอดขายไปประกอบการยื่นกู้สินเชื่อกับทางธนาคารได้ ซึ่งจะมีการสรุปยอดในทุกวัน  

นอกจากนี้ยังพูดคุยกับร้านขายข้าวสาร อาหารทะเลแห้ง ร้านขายผักสด และร้านผลไม้ ซึ่งพบว่ามีประชาชนมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ 

นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ได้มาสำรวจตลาด จากการที่เปิดใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ตนเองดีใจที่เห็นคนมาใช้ไทยช่วยไทยพลัส โดยตนเป็นตัวแทนของกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ที่เป็นคนทำระบบเบื้องหลัง ที่มาดูเพราะอยากคุยกับพ่อค้าแม่ค้า โดยถือว่าโครงการดังกล่าว ช่วยลดค่าครองชีพเขาจริง เพราะทุกรายการที่ซื้อ รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% ช่วยให้ค่าครองชีพถูกลง ซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดสงคราม ที่เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ของเริ่มแพงขึ้น 

นายเอกนิติ ระบุว่า ได้สอบถามชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้าว่าระบบเป็นอย่างไร ใช้ยากหรือไม่ ซึ่งเขาก็บอกว่าง่ายมาก และได้ลองใช้เองว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผู้ซื้อง่าย ผู้ขายก็สะดวก ตนเองได้แนะนำผู้ขายให้ใช้นกกระซิบ ที่เป็น AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลการขาย และยอดขาย ว่าขายดีหรือไม่ สินค้าชนิดใดขายดี ราคาขายเฉลี่ยเท่าไหร่ และ AI นกกระซิบจะสรุปยอดขายทุกวัน และสามารถนำไปขอสินเชื่อที่ธนาคารได้เลย โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ เพื่อช่วยให้ไปกู้นอกระบบ อยากให้พ่อค้าแม่ค้าวิเคราะห์และเข้าใจต้นทุนของสินค้าที่ซื้อมาด้วย ซึ่งขนาดนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 26,005,000 คนที่เข้าโครงการนี้ จะช่วยทำให้เขาลดค่าครองชีพได้ 

ขณะที่การใช้จ่ายในวันนี้ มีร้านค้าทั้งหมด 1,050,000 ร้านค้า โดยเป็นส่วนเดิมของคนที่เคยเข้าโครงการคนละครึ่งแล้ว และมากดยืนยันรับสิทธิ์เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งยังเปิดรับเรื่อยๆ พ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้เข้า ก็อยากแนะนำให้เข้าโครงการ เพราะยังเปิดรับตลอดจนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ 

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งกรรมาธิการตรวจสอบการใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน และใช้งบในโครงการต่างๆขัดข้องหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่เลย โครงการไทยช่วยไทยพลัส และโครงการอื่นๆ ที่เราใช้ ตนเองเน้นเรื่องความโปร่งใส เรายินดีที่จะถูกตรวจสอบ และการที่เราให้โครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยใช้เป๋าตัง และถุงเงิน เม็ดเงินถูกจ่ายเข้าประชาชน 100% เพราะนำดิจิทัลมาใช้ พร้อมย้ำว่าวันนี้ผลพลอยได้คือพ่อค้าแม่ค้าที่ได้ใช้ระบบดิจิทัลในส่วนนี้ด้วย 

ส่วนสิทธิ์ที่ค้างอยู่ 3,000,000 ล้านสิทธิ์ เงินส่วนนี้จะโยกไปใช้บริหารจัดการในโครงการรัฐด้านไหนบ้าง นายเอกนิติ ระบุว่า วงเงินที่เหลือสามารถนำไปใช้โครงการอื่น ที่ใช้เยียวยาประชาชน ช่วยลดความเดือดร้อน เพราะโครงการทั้งหมดที่รัฐบาลทำ เราต้องการช่วยชาวบ้าน วันนี้เกิดวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่จบ สินค้าก็อาจจะยังแพงขึ้น เราต้องการแก้วิกฤตปากท้องของพี่น้องประชาชน ก็ดีใจที่เจอกับพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อของ และช่วยลดค่าครองชีพได้จริง 

สำหรับกลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะช่วยกลุ่มนี้อย่างไร นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือบุคคลที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือรายได้น้อย ใช้ผ่านบัตรสวัสดิการ ซึ่งวันนี้มี 13.2 ล้านคน ซึ่งกลุ่มคนไม่มีสมาร์ทโฟนน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย และวันพรุ่งนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีการเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์ใหม่ โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบสิทธิ์ ดังนั้น ใครที่ไม่มีสมาร์ทโฟน เข้าใจว่าน่าจะเป็นคนที่มีรายได้น้อยกลุ่มคนเหล่านี้ และเปิดให้ลงทะเบียนภายใน 2 เดือนโดยจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ก.ค. ให้สามารถเข้าสู่บัตรสวัสดิการ ส่วนเงื่อนไข จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนั้น ขอให้รอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ 

เมื่อถามย้ำว่า หากไม่มีสมาร์ทโฟน และไม่ได้เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องทำอย่างไร นายเอกนิติ กล่าวว่า ให้ติดต่อที่กระทรวงมหาดไทยได้เลย 

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ผู้ที่มีสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องใช้วันแรก ใช้เมื่อไหร่ก็ได้ เราไม่ตัดสิทธิ์ แต่ใช้ได้เพียงเดือนละ 1,000 บาท และที่ให้ใช้วันละ 200 เดือน จบแล้วจบเลย ไม่สมทบไว้ได้ เพราะจุดประสงค์ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องการช่วยลดค่าครองชีพ ย้ำว่า โครงการนี้ไม่ได้คำนึงถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าไหร่เพราะจุดประสงค์คือการแก้วิกฤตปากท้องของประชาชน 

นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจโครงการไทยช่วยไทยพลัส และสิทธิ์ต่างๆ ที่เราเตรียมไว้ก็เชื่อว่าเพียงพอสำหรับประชาชน เพราะครั้งนี้เห็นว่าทุกคนไม่ต้องมาแย่งกัน เพราะเราพูดคุยกับปลัดกระทรวงการคลังแล้ว ว่าจะมีการเตรียมสิทธิ์ให้เพียงพอ เพราะต้องการช่วยเหลือคน ดังนั้นจะเห็นว่าคนที่เข้ามา ก็เพียงพอสิทธิ์ที่เหลืออยู่ เราก็จะไปใช้ช่วยคนในโอกาสอื่น และยินดีที่ร้านค้าเข้ามาค่อนข้างมากกว่า 1,000,000 ร้านค้า และยังเปิดอีกทั่วประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้ร้านค้าพ่อค้าแม่ค้าต่าง ๆ ในตลาดโดยเฉพาะรายย่อย คนที่ยังไม่ได้สมัคร ให้ไปสมัคร และไปติดต่อธนาคารกรุงไทย ส่วนประชาชนให้ไปติดต่อที่กระทรวงมหาดไทย ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ และยังสามารถเปิดรับคนที่ยังไม่เคยเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส สามารถเข้ามาสมัครได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค. นี้ 

ขณะที่นายผยง กล่าวถึงยอดการใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 – 09.00 น. ว่า มีการใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 170,000,000 บาท โดยมีผู้ใช้จ่ายเกือบ 900,000 คน และมียอดซื้อขายแล้ว 1.1 ล้านรายการ โดยมีจำนวนกว่า 220,000 ร้านค้า และขณะนี้ ได้เปิดระบบให้มีการทำธุรกรรมสูงสุด 300,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อเตรียมรองรับในวันแรก และตามปกติช่วงที่มีโครงการวันจันทร์ อังคาร จะมีประชาชนเข้ามาใช้มากที่สุดประมาณ 16.00 น.

Advertisement

แชร์
ขุนคลังบุกตลาดธนบุรี ประเดิมวันแรก "ไทยช่วยไทย พลัส" สแกนซื้อง่ายมาก