
วันที่ 28 พ.ค. เวลา 07.00 น. นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ว่าที่ที่ปรึกษาผู้ว่ากรุงเทพกรุงเทพมหานคร พานายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ หรือหน่อง ว่าที่ผู้ลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ เดินทางมายังอาคารไอยราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) โดยเมื่อมาถึง นายมงคลกิตต์ วิดพื้นโชว์ผู้สื่อข่าวหลายรอบ ทั้งวิดพื้นสองมือและมือเดียว เพื่อโชว์พละกำลังตามนโยบายของกลุ่มกรุงเทพบินได้ ที่ชูเรื่องของสุขภาพแข็งแรง
จากนั้นนายภาสพงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า อยากขอโอกาสพี่น้องประชาชนคนกทม. ช่วยพิจารณาผู้สมัครหน้าใหม่ ขอให้เปิดใจรับฟังกลุ่มกรุงเทพบินได้ มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกภาคส่วน โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะดูแลพี่น้องทุกระดับให้เท่าเทียม
เมื่อถามทำไมถึงมาลงสมัครผู้ว่ากทม. นายภาสพงศ์ ระบุว่า ตนเป็นคนกทม. ตั้งแต่เกิด เห็นปัญหามาหลายอย่าง และผู้ว่ากทม. แต่ละคนไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ตอนที่นายมงคลกิตติ์ เปิดโอกาสให้คนมาสมัคร ตนก็เข้ามาไม่ได้มีการพูดคุยนโยบาย แต่ก็มีความเห็นตรงกัน ทั้งเรื่องการแก้ไขจราจร ปัญหาขยะ ปัญหาน้ำท่วม
ขณะที่นายมงคลกิตติ์ บอกว่า นโยบายของกลุ่มกรุงเทพบินได้ มีทั้งหมด 48 ข้อตนเป็นคนคิด 33 ข้อ และ นายภาสพงศ์ คิด 15 ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาคนกทม. ไม่สนว่าใครจะมองนโยบายเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของการทำคลองแสนแสบให้ดื่มได้ คนที่บอกว่าทำไม่ได้คือคนที่ไร้ความสามารถ
ทั้งนี้ตนไปเห็นในหลายประเทศทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ ที่คลองในประเทศน้ำใสสามารถดื่มได้ ตนจึงนำแนวคิดนี้มาใช้กับกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะที่คลองแสนแสบ โดยได้ไปไหว้บวงสรวงเจ้าพ่อขวัญเรียมมาแล้ว การทำนั้นเพราะเราต้องมีการนำน้ำจากคลองแสนแสบมากรอง มาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นน้ำสะอาดดื่ม ส่วนน้ำในคลองจะต้องจัดการนำโลหะหนักออก เพื่อให้น้ำสะอาดสามารถลงไปเล่นได้ โดยตั้งเป้าไว้หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ ครึ่งปีแรกจะเริ่มทำเลย 2 กิโลเมตร / ปีที่สองทำต่อเนื่องอีก 10 กิโล / ปีที่ 3 และปีที่ 4 จะทำต่อเนื่องตลอดแนวคลอง ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการเรื่องคลองเปรมประชากร
นอกจากนี้ยังมีนโยบายเรื่องของอากาศ ที่ควบคุมการเผาไหม้ของควันรถและโรงงานให้เผาไหม้สมบูรณ์ไม่สร้างมลพิษในชั้นอากาศ และจะชูนโยบายกรุงเทพบินได้ ที่จะลดจราจรติดขัดบนท้องถนน ไปเพิ่มการจราจรบนฟ้า โดยการประสานประเทศจีนให้นำเข้ารถบินได้ ตั้งเป้าไว้ 100,000 คัน เพื่อจะได้แก้ไขปัญหารถติดให้น้อยลง
นายมงคลกิตติ์ ยังมีนโยบายตั้งสำนักจัดหาคู่ เพื่อให้กลุ่มคนในกรุงเทพสามารถมีคู่และผลิตลูกออกมา เพราะจากสถิติปีที่แล้วอัตราการเกิดในกรุงเทพมหานครน้อยลง จะส่งผลให้โรงเรียนไม่มีเด็กไปเรียน รวมถึงจะสร้างโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ให้เหมือนกับที่ประเทศเกาหลีเพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้หญิงสวยฟิต ส่วนผู้ชาย หล่อ ใหญ่ ยาว
นอกจากนี้จะนำเงินกองทุนของกรุงเทพไปซื้อโรงกลั่น เพื่อกลั่นน้ำมันดิบให้คนกรุงเทพสามารถเติมน้ำมันในราคาถูกไม่เกิน 32 บาทถือว่าเป็นสวัสดิการการลดภาษี ในการเติมน้ำมันให้กับคนกรุงเทพมหานคร
นายมงคลกิตติ์ ยังบอกอีกว่า เหลือเวลาอีกเพียง 30 วัน ขอให้พี่น้องประชาชนเปิดใจรับฟังนโยบาย เพราะกลุ่มกรุงเทพบินได้ ยังมีนโยบาย ที่ต่อเนื่องมาจากสมัยที่ตนลงสมัคร คือการคืนชีพไดโนเสาร์ และการส่งคนไทยไปชั้นอวกาศ ซึ่งการวิจัยไดโนเสาร์มีการส่งนักวิจัยไปร่วมกับ ทีมตัดต่อพันธุกรรม ความคืบหน้าตอนนี้การคืนชีพเมมมอส และแร็พเตอร์ ไปครึ่งทางแล้ว ระหว่างนี้จะทำไดโนพาร์ค ในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยใช้โรบอต ที่เป็นรูปไดโนเสาร์ เพื่อสร้างแลนด์มาร์กในกรุงเทพ
Advertisement