
เมื่อเวลา 10.25 น. (25 พ.ค. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กางไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติครั้งที่ 2 ว่า เรายังไม่รู้ และคาดการณ์ไม่ได้ว่า การพิจารณารับหลักการในวาระ 1 ขณะนี้มีแค่ร่างของพรรค ภท.ที่ยื่น แต่ไม่รู้ว่า พรรคการเมืองอื่นจะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ และยังไม่ทราบว่า พรรคประชาชน (ปชน.) จะรวมรายชื่อเสนอด้วยหรือไม่ ดังนั้น การกำหนดไทม์ไลน์คงทำได้ยาก ทั้งหมดเป็นเรื่องของรัฐสภา
เมื่อถามถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ระบุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ภท. ไม่เข้าเงื่อนไขของพรรค ปชน.ทั้ง 3 ข้อ นายภราดร กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นร่างของพรรค ปชน. ว่าเป็นแบบไหน แต่ร่างของพรรค ภท.นำเสนอก่อน ให้สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งไม่ใช่ร่างสุดท้าย ต้องมีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) พูดคุยเพื่อให้ได้ร่างของ กมธ. และเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 ยังมีอีกหลายขั้นตอน แต่วันนี้พรรค ภท.ได้แสดงความชัดเจนแล้วว่า เราจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำความเข้าใจกับฝ่ายค้านจนได้เสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้าน 20% ในวาระ 3 ได้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนว่า ไกลเกินไป เดี๋ยวรอดูในวาระ 1 ว่ามีการอภิปรายอย่างไร และต้องดูว่า ใน กมธ. มีการถกเถียงมากแค่ไหน มีการยอมรับหรือถอยในจุดยืนมากน้อยเพียงใด หากทุกคนยอมรับในชั้น กมธ. ก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า ทุกฝ่ายต้องประนีประนอมใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า การทำรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชน ทุกคนต้องเห็นชอบร่วมกัน รัฐธรรมนูญกำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่า การจะผ่านร่างต้องมีเงื่อนไขอะไร ดังนั้น การแก้ไขต้องเป็นไปด้วยความเห็นชอบของทุกฝ่าย
เมื่อถามอีกว่า ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือยังว่า จะสนับสนุนร่างของพรรค พท.หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนได้คุยนอกรอบกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค พท. เนื่องจากจำนวน สส.ของพรรค พท. มี 71 เสียง ซึ่งไม่เพียงพอในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยพรรคเดียว ทางพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรค ภท. พร้อมสนับสนุนด้วย อยู่ที่พรรค พท.จะเสนอร่างแบบไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า งบกลางในการทำประชามติครั้งที่ 2 มีเพียงพอหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เมื่อใดที่กฎหมายกำหนดให้รัฐบาลมีหน้าที่ ซึ่งนายกฯย้ำเสมอว่า รัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน 26.7 ล้านเสียงตามผลประชามติ โดยจะใช้ทุกองคาพยพสนับสนุน ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
Advertisement