
นายอภิสิทธิ์ เวชขาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลงสำรวจพื้นที่ย่านสุขุมวิทซอย 4 และ บริเวณริมทางเท้าบนถนนสุขุมวิทซอย 5-11
โดยนายอนุชา กล่าวว่า ในการลงพื้นที่วันนี้ เพื่อมาดูปัญหา ในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ซึ่งมีหลายส่วนที่เห็นว่าต้องดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนและชัดเจน เช่น เรื่องกัญชา ที่เห็นได้ชัดว่าหากขับรถผ่านไปมาในเส้นสุขุมวิท จะเห็นว่ามีการโฆษณาเชิญชวน ซึ่งจริงๆแล้วในเรื่องของกัญชา พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนให้ใช้ทางการแพทย์ แต่ในเรื่องสันทนาการ พรรคประชาธิปัตย์คิดว่าจะต้องมีการควบคุม อะไรที่เกินจากกฎหมายกำหนดไว้ในปัจจุบัน ในส่วนที่กทม. สามารถจะดำเนินการได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของป้ายโฆษณา หรือการโฆษณา ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อเยาวชน จะเห็นได้ว่า มีร้านค้ากัญชาที่เปิดใกล้สถานที่ศึกษาและใกล้วัด ซึ่งกทม. ก็สามารถเข้ามาดูแลได้นอกเหนือจากส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและพ.ร.บ.ต่างๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ก็ควรจะเข้ามาดำเนินการแก้ปัญหา ให้กทม.
ขณะเดียวกันในส่วนของภาครัฐ กทม. เป็นเมืองที่มีภาพลักษณ์นักท่องเที่ยว ที่มีร้านค้าขึ้นป้ายโฆษณาในการใช้กัญชาอย่างเสรี ไม่ใช่ใช้สำหรับทางการแพทย์ รัฐควรจะเข้ามาควบคุม เพื่อไม่ให้ใช้ไปในทางที่ผิด การลงพื้นที่วันนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มาตรวจสอบ แต่มา เพื่อดูสภาพความเป็นจริง ที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะกรุงเทพฯ สามารถดีได้มากกว่านี้ตามที่เราประกาศว่า "เมืองฟ้าอมร and more." จะต้องดำเนินการให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อกทม. และกทม. ก็ยังสามารถเป็นเจ้าภาพ ที่จะขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเข้ามา
ส่วนกทม.จะสามารถ เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรนั้นนายอนุชา กล่าวว่า กทม. เป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จึงสามารถจะให้หน่วยงานต่างๆของกทม. ไปกำกับดูแลใบประกอบกิจการ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่เช่นเรื่องของป้ายโฆษณา อีกทั้ง การทำให้เกิดความรำคาญแก่ประชาชนในเรื่องของกินและควัน อาคารถูกต้องตามสุขลักษณะ ถือเป็นอำนาจของกทม. รวมถึงการตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลที่จะดูแลผู้ป่วยหรือไม่
นายอนุชา กล่าวอีกว่า การลงวันที่วันนี้เราเน้นเรื่องถนนสุขุมวิท แต่เรื่องเงินที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ถ้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ที่พบการทำผิดกฎหมาย อย่างน้อยกทม.ก็ไปจุดเริ่มต้น ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาได้
ส่วนปัญหาเรื่องน้ำท่วมและการจราจรติดขัด เพราะจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว นายอนุชากล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความสะดวก ความสะอาด หน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องมีการตรวจสอบอุปกรณ์ ในเรื่องการระบายน้ำไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว รวมถึงการดูแลเรื่องการระบายน้ำ เขื่อนและประตูน้ำ โดยเฉพาะบุคลากรจะต้องมีความพร้อม ในพื้นที่เสี่ยง และมีการประชุมเตรียมการ ไม่ใช่เกิดเหตุการณ์แล้วค่อยดำเนินการ ก็จะไม่ทันต่อสถานการณ์
นายอนุชา ยังกล่าวถึงการเปิดตัว ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ที่ตอนนี้กระแสยังเป็นรอง นายชัชชาติ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังลงพื้นที่ที่ผ่านมาทำให้กระแสตอบรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ ว่า ช่วงแรกที่ยังไม่ได้เปิดตัวและยังไม่ได้เห็นเรื่องนโยบาย ทั้งหมด แต่เห็นตัวตนของตัวเอง ที่ทำไมถึงตัดสินใจมาลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพกรุงเทพมหานคร และทำไมจะต้องเป็นพรรคประชาธิปัตย์ แล้วทำไมถึงจะต้องมีว่าที่สก.ถึง 50 เขต ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ประกอบพร้อมพร้อมกัน ส่วนทำไมผลโพลถึงเป็นรอง เพราะไม่ว่าใครจะมีคะแนนแนะนำ ตนว่าสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ซึ่งผลโพลก่อนจะเปิดตัวในหลายๆแคนดิเดตฯ คนกรุงเทพก็ไม่มีความ รู้สึกว่าอยากจะไปเลือกตั้งหรือไม่ แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาก็โพลออกมาว่า คนกรุงเทพอยากไปเลือกตั้ง ซึ่งมีคะแนนค่อนข้างสูง ทำให้เห็นว่าเมื่อมีการเปิดตัวหรือนำเสนอตัวผู้สมัครมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้คนกรุงเทพมีความหวัง ว่ากรุงเทพฯสามารถเป็นได้มากกว่านี้ สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นความหวังของประชาชนโดยตลอด คิดว่าการลงพื้นที่และการนำเสนอนโยบายในอนาคต บวกกับนโยบายของ สก. ในแต่ละเขตที่มีความแตกต่างกันแต่ละพื้นที่ ก็จะทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนมั่นใจว่าการทำงานของบุคลากรพรรคที่มีมีประสบการณ์ และสก.ที่ลงพื้นที่มาตั้งแต่ในอดีต จะนำประโยชน์สูงสุดให้กับคนกรุงเทพ
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ และนายอนุชา พร้อมคณะได้เดินสำรวจบริเวณทางเท้า ถนนสุขุมวิท โดยได้มีการพูดคุยสอบถามกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างถึงปัญหาราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อรายได้หรือไม่ รวมถึงสอบถามถึงการได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลนี้ที่ประกาศเยียวยา ทางผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างตอบชัดเจนได้รับผลกระทบ รายได้ลดลงแต่ยังพออยู่ได้ โดยมีรายได้เฉลี่ยวันละราว 500 บาท ส่วนเรื่องเงินเยียวยานั้น บางคนที่ลงทะเบียนทันก็ได้รับการเยียวยา เมื่อเดินผ่านสายสื่อสารที่รกรุงรังและอยู่เหนือศีรษะไม่มาก นายอนุชา ระบุว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่กรุงเทพฯจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนและเพื่อสร้างทัศนียภาพที่สวยงามให้กับกรุงเทพมหานคร
Advertisement