
(15 พ.ค. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน ว่า ข้อเสนอของ กกร. ตรงกับนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามทุจริต ซึ่ง กกร.เสนอให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ มีความเห็นตรงกันว่า ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรอง ที่กำหนดขั้นตอนรายละเอียดการดำเนินการต่างๆ ที่เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมาก โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทั้งหมด ในเรื่องการผลักดัน Open Goverment กับ Digital Goverment ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะหากเป็นดิจิทัลก็จะโปร่งใสตรวจสอบได้
นายปกรณ์ กล่าวว่า จะมีการเสนอให้มี 4 หน่วยงานนำร่อง ให้เป็นหน่วยงานโปร่งใสต้นแบบ ก่อนขยายไปยังหน่วยงานอื่นต่อ นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัยใน 7 อุตสาหกรรม และจะพยายามช่วยกันทำ โดยในเบื้องต้นได้ให้ กกร. ไปพิจารณาว่า กฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและควรแก้ไขมีอะไรบ้าง ก่อนจะนำเสนอมาที่รัฐบาล
เมื่อถามถึงกรณีที่ กกร. มีการทำแบบสำรวจจัดอันดับ 10 องค์กรรัฐที่เสี่ยงต่อการทุจริต จะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว การจัดอันดับดังกล่าวเป็นผลการวิจัย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เข้าใจกันดี ไม่ต้องโต้แย้งอะไรกัน เพียงแต่ว่าหากตรงไหน ปรากฏเป็นข่าว ก็ต้องมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็ต้องปรับปรุงและจัดการกับคนไม่ดีเสีย
เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีการตรวจสอบทั้ง 10 หน่วยงานนี้เพิ่มเติมหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับไปดู เพราะเมื่อมีข้อห่วงใยเช่นนี้ ก็คงปล่อยไม่ได้
Advertisement