
จากกรณี ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด รวม 11 นัด ในหลายจุด ช่วงเวลาพลบค่ำวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น
ต่อมา พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาว่า รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้กองกำลังสุรนารี และหน่วยด้านความมั่นคงในพื้นที่ยังคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ
ทั้งนี้ การปฏิบัติของฝ่ายไทยและหน่วยในพื้นที่จะดำเนินการตามกฎการปะทะ (Rules of Engagement : ROE) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักความอดทน อดกลั้น และเป็นไปตามข้อตกลงร่วม รวมถึงกฎหมายและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันกองทัพไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หากเกิดสถานการณ์รุกล้ำหรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขตามแนวชายแดน และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเป็นการยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด
ทั้งนี้ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากฝ่ายกัมพูชาในบางกรณีถือเป็นการไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งฝ่ายไทยจะรวบรวมข้อมูลและบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
พร้อมกันนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ รวมทั้งใช้วิจารณญาณในการรับส่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันความสับสนจากข่าวบิดเบือนในยุคสงครามข้อมูลข่าวสาร
Advertisement