Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ศิริกัญญา" ฉะรัฐบาลถังแตก กู้สุดตัว4แสนล้าน ตีเช็กเปล่าให้ปชช.ใช้หนี้

"ศิริกัญญา" ฉะรัฐบาลถังแตก กู้สุดตัว4แสนล้าน ตีเช็กเปล่าให้ปชช.ใช้หนี้

7 พ.ค. 69
14:51 น.
แชร์

"ศิริกัญญา" ฉะรัฐบาลถังแตก กู้สุดตัว 4 แสนล้าน ยัดไส้แผนพลังงานตีเช็คเปล่าส่งต่อภาระหนี้ให้ประชาชน เตือนอย่าเอาเงินเยียวยามาเป็นตัวประกัน 

วันที่ 7 พ.ค. 69 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดเกี่ยวกับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบวิกฤตจากพลังงานและการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศว่า  คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 69 แต่ด้วยความที่เป็นวาระลับ จึงยังไม่เห็นรายละเอียดใน พ.ร ก.ดังกล่าว มีเพียงถ้อยคำแถลงโดยรองนายกรัฐมนตรีว่าจะนำไปใช้อย่างไร และมีการออกเพียง 11 มาตรา ซึ่งตนคิดว่าคงเป็นแค่กระดาษไม่กี่หน้า เพื่อจะขอกู้เงินจากเจ้าของภาษีซึ่งก็คือประชาชน จึงอยากถามว่า การกู้ 2 แผนนั้น แผนแรกจะเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน จำนวน 2 แสนล้านบาท ส่วนแผนที่ 2 เป็นการปรับโครงสร้างและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จำนวน 2 แสนล้านบาท 

ตนเห็นด้วยว่าจำเป็นที่จะต้องเยียวยาประชาชน แต่ยังติดใจในวงเงินที่ชี้แจงก่อนหน้าว่า 2 แสนล้านบาทแรก จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทย คือคนละครึ่งพลัส กลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน ใช้งบประมาณ 120,000 ล้านบาท และเติมเงินเข้าสู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 52,800 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 172,800 ล้านบาท กู้มาก็แจกหมดหน้าตักภายใน 4 เดือน และมีการบอกว่าหลักการของเงินกู้นี้จะมีอยู่ 5 ด้าน ก็คือการมุ่งเป้า , เปลี่ยนผ่าน , พลิกโฉม , โปร่งใส , ขับเคลื่อน แต่ส่วนตัวก็ไม่เข้าใจว่าประเด็น มุ่งเป้านั้นจะมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายใดกันแน่ การแจก 30 ล้านคนก็เป็นการทำแบบไม่มุ่งเป้าแล้ว เป็นการลงทะเบียนก่อนก็ได้สิทธิ์ก่อนซึ่งก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าคนที่เดือดร้อนนั้นจะได้รับการแก้ไขเยียวยาหรือไม่ 

น.ส.ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตนรู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลถังแตก ไม่มีเงินที่จะมาเยียวยา แม้แต่การโอนงบที่ก่อนหน้านี้คาดว่าจะได้ 50,000 ล้านบาท ก็ปรากฏว่าได้แค่ 20,000 - 30,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งในการชี้แจงของรัฐบาล แม้จะเน้นการรักษาวินัยการเงินการคลังโดยการตั้งกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน แต่จากกลุ่มที่จะได้รับการเยียวยากลับพบว่าได้รับแบบ 'เกือบถ้วนหน้า' แต่ภาวะที่เราถังแตกแบบนี้เรายิ่งต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังที่สุด และหาก 4 เดือน สถานการณ์ตะวันออกกลางไม่จบก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่รัฐบาลทำ คือมีแผนที่ 2 ยัดไส้มาด้วย คือการปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จำนวน 200,000 บาท ในสภาวะการคลังที่ถังแตกก็ยังกู้สุดแรงเกิด และมีการเจตนายัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนมาอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงินเร่งด่วนแบบนี้ด้วย ตนมีคำถามว่าหากไม่ทำตอนนี้มันจะกระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจจนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เชียวหรือ ตนมองว่าไม่ได้เร่งด่วนขนาดนั้น 

นอกจากนี้แผนเปลี่ยนผ่านพลังงานก็ยังไม่มีรายละเอียดโครงการที่จะนำมาใช้ และจะเปลี่ยนผ่านเป็นพลังงานสะอาดให้ได้ภายในปีเดียว จะสามารถทำได้กี่เปอร์เซ็นต์จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ และจะทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดไหน จะรอให้นำไปอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ไม่ได้หรือ หรือแยกเงินทั้งสองส่วนออกไป ออก พ.ร.ก.กู้เงินแค่ส่วนที่ต้องเยียวยาประชาชน ส่วนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานก็ทำให้ชัดเจนและออกเป็นพระราชบัญญัติเพื่อให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 เหตุใดรัฐบาลจึงเจตนาสอดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนจนทำให้ต้องกู้เงินสูงถึง 400,000 ล้านบาท 

น.ส.ศิริกัญญา ยังตั้งคำถามถึงหนี้สาธารณะที่ประชาชนต้องแบกรับในอนาคตด้วยว่า เนื่องจากโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดยังเป็นแผนลอยๆ ขึ้นมา ไม่มีคำตอบว่าถ้าไม่ทำวันนี้แล้วจะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างไร ตนมองว่าเหมือนเป็นการ 'ตีเช็คเปล่า' กับประชาชนที่ต้องเป็นผู้ใช้หนี้ การออก พ.ร.ก. ไม่ควรทำพร่ำเพรื่อเพราะการใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนดเป็นการทำงานแบบที่ผู้แทนราษฎรไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบ หรือให้ความเห็น ดังนั้นควรใช้อย่างระมัดระวังที่สุด หากจะต้องออกเพื่อเยียวยาตนไม่ติด และออกให้น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท เพื่อเก็บกระสุนไว้ทำโครงการให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ตรงเป้าเพราะมีโอกาสที่วิกฤตจะไม่จบภายใน 4 เดือน และกระสุนอาจไม่เหลือแล้วที่จะให้ใช้ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น แถมอยากจะกู้ใหม่ก็ไม่น่าได้แล้ว นี่จะเป็นเม็ดเงินสุดท้ายที่จะสามารถออก พ.ร.ก หรือ พ.ร.บ.ได้ 

แม้จะกู้เงินจากแหล่งอื่นได้ก็มีดอกเบี้ยสูง เมื่อต้นปีดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 แต่มีแนวโน้มว่าดอกเบี้ยสูงขึ้นเรื่อยๆทุกวัน ตนจึงต้องถามไปยังรัฐบาลว่ามีแผนจะใช้เงินก็ยังไม่ชัด แผนการกู้เงินก็ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ แผนการใช้หนี้เป็นอย่างไร ที่ผ่านมาเราปล่อยให้รัฐบาลกู้อย่างเดียว จนหนี้พุ่งสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท กลายเป็นภาระที่ต้องใช้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เบียดบังงบประมาณรายจ่ายประจำปีไปทุกปี วันนี้เราต้องเข้มข้นในการสอบถามว่าแผนการใช้หนี้จะเป็นอย่างไรในอนาคต จะเก็บรายได้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แผนภาษีในอนาคตต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่อย่างไร ตรงนี้มีการพูดคุยสอบถามในคณะรัฐมนตรีก่อนมีการออกมติครม.ให้มีการออกพ.ร.ก.เงินกู้หรือไม่ 

น.ส. ศิริกัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า "อย่าเอาการเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน แล้วยัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนเพียงเพื่อหวังผลอื่นหรือไม่ และหากการกู้แล้ว มีปัญหาภายหลัง ก็อย่าใช้การเยียวยาประชาชนมาเป็นข้ออ้าง มาเป็นตัวประกันแบบนี้ เพราะท่านเองไม่ยอมแยก พ.ร.ก.เงินกู้ ออกจาก พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน หากจะมีผลอะไรเกิดขึ้นก็ต้องเป็นรัฐบาลที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ"

Advertisement

แชร์
"ศิริกัญญา" ฉะรัฐบาลถังแตก กู้สุดตัว4แสนล้าน ตีเช็กเปล่าให้ปชช.ใช้หนี้