
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แถลงเสียใจต่อมติคณะรัฐมนตรีไทยที่ยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 ย้ำไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพึ่งกลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อยุติข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อน
นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ตอบโต้ภายหลังรับทราบมติของคณะรัฐมนตรีไทยที่ประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ว่าด้วยการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา
โดยนายปรัก สุคน ระบุว่า MOU 2544 ถือเป็น "กรอบการทำงานทวิภาคีเพียงหนึ่งเดียว" ที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและเดินหน้าปันเขตแดนทางทะเลด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การตัดสินใจของฝ่ายไทยในครั้งนี้ถือเป็นการละทิ้งจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นทางการเมืองที่ทั้งสองประเทศเคยมีร่วมกันในการสร้างกลไกความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
“กัมพูชาขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ ซึ่งส่งผลให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเริ่มใช้กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)” นายปรัก สุคน กล่าวในแถลงการณ์
รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การยุติบันทึกความเข้าใจไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของกัมพูชาเหนือพื้นที่ทางทะเลของตน
“ถึงกระนั้น การยุติหรือการถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจปี 2544 ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของกัมพูชาเหนือพื้นที่ทางทะเลของตน การตัดสินใจของกัมพูชาที่จะดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยบังคับภายใต้ UNCLOS ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลอย่างสันติและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ”
Advertisement