
วันที่ 4 พ.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีออกจากไลน์กลุ่มพรรคภูมิใจไทย ว่า ในไลน์ของตนมีประมาณ 1,000 ไลน์ และมีไลน์กลุ่มค่อนข้างเยอะ ตนได้ออกจากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มสส.ชุดที่ 25 และชุดที่ 26 หรือกลุ่มภาคใต้เดิมๆตนก็ได้ออก ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ตนก็ส่งผิดกลุ่ม ดังนั้นโอกาสที่ส่งผิดมีค่อนข้างเยอะ เพราะมีหลายกลุ่ม พอจะส่งกลุ่มเล็กก็ไปส่งกลุ่มใหญ่ พอพลาดไปแล้วก็เลยตามเลย แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องของการน้อยใจ เพราะเป็นข้อตกลงก่อนหน้านี้แล้วในเรื่องของกรรมาธิการ ซึ่งเป็นกระบวนการของพรรค ไม่ใช่หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่หน้าที่ของเลขาธิการพรรคที่จะต้องเชิญตนเข้ากลุ่ม แต่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ที่มาสอบถามสาเหตุของการออกจากกลุ่มไลน์ พอตนได้ชี้แจงวิปรัฐบาลก็เชิญตนกลับเข้าสู่ไลน์กลุ่ม ไม่ได้มีปัจจัยเรื่องอื่นๆ
เมื่อถามว่า สาเหตุการออกจากไลน์กลุ่มหลุดเองไม่ใช่เรื่องการน้อยใจใช่หรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ไม่มีเรื่องน้อยใจ เพราะก่อนหน้านี้มีข้อตกลงกันแล้วการมาเป็นนักการเมืองเราอย่ารักษาหน้าตาของตัวเองอย่างเดียว ว่าทำไมไม่ได้ อย่ารักษาเกียรติไว้อย่างเดียว เราต้องรักษาชีวิตของตัวเอง นี่คือปรัชญาทางการเมือง ดังนั้นการจะได้ตำแหน่งหรือไม่ได้ตำแหน่งขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค และยังมีงานอื่นอีกเยอะ ซึ่งตนหลังจากไลน์หลุดจากความบังเอิญหรือไม่บังเอิญ เจตนาหรือไม่เจตนา ก็ได้รับภารกิจมากขึ้นจากกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรค รวมถึงวิปรัฐบาล ในการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร และงานนอกสภาฯเพิ่มมากขึ้น ถือว่าจังหวะไลน์หลุดเป็นโอกาสเปิดที่จะได้ทำงานให้กับพรรคมากขึ้น
เมื่อถามย้ำว่า ที่มีการตกลงไว้แล้วคือตกลงอะไร นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ไม่ได้ตกลง ซึ่งการสื่อสารของพรรค บางครั้งมีการประชุมพรรคอย่างเดียว โอกาสที่จะได้คุยกับผู้บริหารพรรคค่อนข้างลำบาก หลังจากไลน์หลุดหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคก็ได้มาคุย และบอกว่ามีอะไรให้บอก ก็เลยเป็นช่องของตนว่าถ้ามีอะไรตนบอกแน่
เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้รับปากว่าจะให้ตำแหน่งอะไรในครั้งหน้าหรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ยังไม่มี ตนคงทำหน้าที่ในเรื่องของพระราชการหนด (พ.ร.ก. ) เงินกู้ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณา และงบประมาณปี 2570 ที่กำลังจะเข้า โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของแลนด์บริดจ์ ซึ่งบ้านตนอยู่ที่จังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย แต่เพื่อนที่อยู่ในฝั่งอันดามัน หรือภาคใต้ตอนบนค่อนข้างหนัก ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องออกมาสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชน
Advertisement