
วันที่ 8 ก.ค.2569 จากกรณีนายณัฐพงษ์ ปัญญาวุฒิ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับนโยบายกัญชา นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่ารัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในหลายประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงและพัฒนาการของการดำเนินงานในปัจจุบัน
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศเป็น “การกระทำผิดกฎหมาย” ไม่ใช่ผลจากนโยบายของรัฐบาล เพราะกัญชาเป็นพืชควบคุม การนำเข้า ส่งออก และครอบครองต้องเป็นไปตามกฎหมาย ผู้ที่ลักลอบนำออกนอกประเทศต้องถูกดำเนินคดีทั้งในประเทศไทยและประเทศปลายทาง
“การจับกุมที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าระบบบังคับใช้กฎหมายกำลังทำงาน ไม่ใช่การปล่อยปละละเลย หากไม่มีการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง คดีเหล่านี้ย่อมไม่ถูกเปิดเผยและผู้กระทำผิดก็จะไม่ถูกดำเนินคดี” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล มีจุดยืนที่ชัดเจนและสม่ำเสมอมาตลอด คือ สนับสนุนกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ไม่เคยสนับสนุนการใช้เพื่อสันทนาการตามที่มีการกล่าวอ้าง
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ในทางกลับกัน สิ่งที่ควรอธิบายต่อสังคมคือ เหตุใดประเทศไทยจึงยังไม่มีพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยได้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวมาตั้งแต่สภาชุดที่ผ่านมา
“ข้อเท็จจริงคือ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ถูกถอนออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรจากเกมการเมืองในขณะนั้น ทำให้ประเทศไม่มีเครื่องมือระดับพระราชบัญญัติมากำกับดูแลอย่างครบถ้วน และต้องใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเป็นมาตรการกำกับดูแลแทน การกล่าวหารัฐบาลว่าสร้างสุญญากาศ จึงไม่สะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมด” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
นอกจากนี้ รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า หากย้อนกลับไปดูจุดยืนของพรรคก้าวไกลในอดีต ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพรรคประชาชน จะพบว่าเคยเสนอแนวคิดให้มีพื้นที่ทดลองใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ (Recreational Sandbox) ในบางพื้นที่ ดังนั้น การออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกัญชาเพื่อสันทนาการในวันนี้ จึงควรอธิบายต่อสังคมถึงพัฒนาการและจุดยืนของพรรคให้ชัดเจนเช่นกัน
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลไม่ได้หยุดอยู่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่กำลังเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา กัญชง ฉบับใหม่ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การปลูก การผลิต การสกัด การจำหน่าย และการใช้ โดยกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนและเข้มงวด รวมถึงยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายกัญชาให้เป็นไปตามหลักทางการแพทย์
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขได้เดินหน้าตรวจสอบและจัดระเบียบร้านกัญชาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ร้านที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือใบอนุญาตหมดอายุจะไม่สามารถจำหน่ายกัญชาได้ และหากพบการลักลอบจำหน่ายเพื่อสันทนาการหรือกระทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาต จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า การพัฒนานโยบายสาธารณะเป็นเรื่องที่สามารถตรวจสอบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แต่การอภิปรายหรือการสื่อสารต่อสาธารณะควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน
“รัฐบาลไม่เคยปฏิเสธปัญหา และพร้อมแก้ไขทุกช่องโหว่ของกฎหมาย แต่ก็ไม่ควรนำการกระทำผิดของผู้ลักลอบหรือเครือข่ายอาชญากรรม มาเหมารวมว่าเป็นผลจากนโยบายของรัฐ เพราะผู้กระทำผิดต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และหน้าที่ของรัฐบาลคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้”
“รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายควบคุมกัญชาฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลที่สมบูรณ์ ควบคู่กับการรักษาประโยชน์ทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชน โดยยืนยันว่าจุดยืนของรัฐบาลคือ กัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่กัญชาเพื่อสันทนาการ อย่างชัดเจน” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว.
Advertisement