
วันที่ 1 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ช่วงนี้โดนมรสุมเข้าและถูกโซเชียลกระหน่ำโจมตีเรื่องการทำงาน ได้มีการให้กำลังใจอะไรหรือไม่ โดยนายอนุทินถึงกับร้องหู้ย ก่อนกล่าวว่า นางศุภจี ทำงานหนักจะตาย ทำงานทุกวัน และก็นิ่งแล้ว
เมื่อถามต่อว่า ช่วงนี้นางศุภจีเหมือนโดนมรสุมหนัก พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก นายอนุทิน ถึงกลับย้อนถามว่า “ใครบอกว่านางศุภจีโดนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก อย่างนี้ตนก็แทรกมา 3 ปีแล้วมั้ง ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย นางศุภจี ไม่เคยให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ ”
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่านางศุภจีไม่ได้ท้อใช่หรือไม่ นายอนุทิน ย้ำว่าไม่มีเลยมีแต่ลุย ลุยจนบางทีต้องบอกว่า “พี่เบาๆหน่อย พักผ่อนบ้าง”
เมื่อถามอีกว่า จำเป็นจะต้องมีคนมาช่วยเสริมทีมหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ”ไม่ต้อง สบาย“
ส่วนกรณีที่พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ได้ออกมากดดันให้นางศุภจี ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้น นายอนุทิน ระบุว่า เขาแค่ยกมือให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แหมชอบทึกทัก
เมื่อถามต่อถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐก็มีจำนวน 5 เสียง และยกมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีให้เช่นกัน ในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ ว่าจะมายุบรวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า อนาคตก็คืออนาคต วันนี้ก็เหมือนกันเขายกมือให้ตนมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังถือว่าเป็นพรรคที่อยู่ในองค์ประกอบของการเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่ใช่พรรคร่วม เพราะไม่ได้มีรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐมนตรี แต่เป็นพรรคที่อยู่ในซีกรัฐบาลเช่นเดียวกับพรรคเศรษฐกิจ
ก่อนกล่าวต่อว่า พรรคอะไรที่ยกมือสนับสนุนให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็ยังถือว่าเป็นพรรคซีกรัฐบาลอยู่
เมื่อถามว่า ก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเศรษฐกิจ ได้มีการเข้าไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ย้ำว่า เป็นเพียงการประชุม
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจะโตกว่านี้อีกหรือไม่ นายอนุทิน อุทานว่า “โห เพิ่งเลือกตั้งเสร็จ”
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า หมายถึงการยุบรวมจากพรรคอื่นมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องการยุบรวม ตนไม่มีสิทธิ์ไปให้ความเห็น เพราะต้องมีขั้นตอนผ่านกรรมการบริหารพรรคของเขา และเมื่อยุบพรรคเสร็จ สมาชิกก็มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะเลือกไปอยู่พรรคใด ซึ่งก็มีขั้นตอนอยู่
เมื่อถามย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะโตมากว่านี้อีกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยความมั่นคงมากกว่า ใหญ่ หรือ เล็กไม่สำคัญ เพราะตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมีอยู่ 70 เสียงก็ทำงานได้ ทำได้จนคนมาเลือกเป็น 190 เสียง เพราะฉะนั้น เรื่องใหญ่-เล็กไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าทำงานได้หรือไม่ ขับเคลื่อนได้หรือไม่ และผลักดันได้หรือไม่ ซึ่งเราต้องให้กำลังใจคนทำงานอย่างนางศุภจี ตนมองว่าแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย
ส่วนเป็นเพราะภายในพรรคไม่ค่อยออกมาช่วยนางศุภจีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่ต้องช่วย เพราะเป็นรัฐมนตรีแล้วจะต้องช่วยอะไร แต่ถ้าจะไปบอกว่า “โอย ใจเย็นๆนะ เรื่องธรรมดาปกติอย่าไปถือโทษ อย่าไปปั่นโซเชียล โห ระดับนี้ มีแต่เขาจะโต้ตอบเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ หึ ระวังด้วย นางศุภจีแกธรรมดาเสียเมื่อไหร่หล่ะ เวลาแกเสิร์ฟกลับมาที โอโหจุกกันเป็นแถวเลยมั้ง“
สำหรับทางฝั่งของกระทรวงการคลังจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาเสริมการทำงานหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เมื่อวานนี้เห็น นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มาช่วยงาน และทำทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้หมด เดี๋ยวนี้การทำงานมีทั้งตัวของตนเอง ปลัดกระทรวง ซึ่งเมื่อวานก็มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย และผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง ด้วย ซึ่งเป็นวิธีการในรูปแบบของตน จึงคิดว่าการทำงานแบบนี้เป็นไปได้ เพราะตนก็รับรู้รับทราบว่านโยบายของตนและคณะรัฐมนตรีของตนตอบสนองอย่างรวดเร็ว เมื่อติดตรงนี้ก็ไปหาหนทางที่จะทำทุกอย่างให้ได้ เพราะตนย้ำไปว่าประโยชน์จะต้องตกอยู่กับประชาชน และประชาชนก็รออยู่ก็ฉะนั้นก็ต้องทำให้เร็วที่สุด แต่จะต้องทำให้ถูกต้องและรอบคอบ รวมไปถึงต้องเกิดประโยชน์สูงสุด หลักมีอยู่แค่นี้ ตนถึงบอกว่าทุกคนทำงานทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นเสียงเหน็บที่เข้ามา ก็มา
จากฝั่งที่ไม่เคยปรารถนาดีกับรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว เราก็ไม่ต้องไปฟังอะไรมากมาย
Advertisement