
ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดทุกประเด็นร้อนสำหรับซุปตาร์หนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ทั้งดรามาคลิปไรเดอร์ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล และความคืบหน้างานแต่งงานรอบกรุงเทพฯ กับหวานใจ “ญาญ่า อุรัสยา” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคม 69 นี้
จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลังมีไรเดอร์แชร์คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถขณะเดินทางไปส่ง “ณเดชน์” ที่บ้าน ซึ่งมีความยาวตั้งแต่จุดรับไปจนถึงบริเวณหน้าบ้าน หนุ่ม “ณเดชน์” ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็น "ความไม่รู้ของทั้งสองฝ่าย"
ตนเข้าใจดีว่าพี่ ๆ ไรเดอร์จำเป็นต้องมีกล้องติดรถเพื่อความปลอดภัยและปกป้องตัวเองจากอุบัติเหตุ แต่การนำคลิปที่มีความยาวจนเห็นเส้นทางไปถึงที่พักมาโพสต์ลงโซเชียล อาจส่งผลกระทบต่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของคนในบ้าน ตนจึงได้ให้ผู้จัดการส่วนตัวช่วยไปประสานงานและตักเตือน
โดย “ณเดชน์” เผยว่า "มันไม่มีใครผิดใครถูกครับ มันเป็นบทเรียนที่ทำให้เราทั้งคู่และสังคมได้เรียนรู้พร้อมกัน ยืนยันว่าไม่มีการฟ้องร้องใด ๆ แน่นอน ตัวผมเองเป็นผู้ชายอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเคสนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ใช้บริการรถสาธารณะ มันค่อนข้างอันตราย เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ"
ทั้งนี้ “ณเดชน์” ยืนยันว่าจะยังคงใช้ชีวิตตามปกติ นั่งวินมอเตอร์ไซค์เหมือนเดิมเพราะตอบโจทย์เรื่องรถติดในกรุงเทพฯ และไม่อยากให้แฟน ๆ หรือพี่ ๆ ไรเดอร์กลัวจนไม่กล้าเข้ามาทักทาย สามารถเข้ามาคุย ถ่ายรูปคู่กันได้ตามปกติเหมือนที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้างานฉลองวิวาห์รอบที่ 3 (รอบกรุงเทพฯ) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคม 69 นี้ “ณเดชน์” เผยว่า ตอนนี้เตรียมงานไปได้กว่า 90% แล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดและเคลียร์ค่าใช้จ่ายอีกเล็กน้อย โดยเจ้าตัวยอมรับว่าพอผ่านงานแต่งมาแล้ว 2 รอบ (ขอนแก่นและนอร์เวย์) ทำให้รอบนี้ตัดสินใจอะไรได้เด็ดขาดและเก่งขึ้นมาก
เมื่อถามถึงเรื่อง "การ์ดแต่งงาน" ที่หลายคนชื่นชมในความสวยงาม “ณเดชน์” เล่าว่า เป็นไอเดียที่ตนและ “ญาญ่า” ช่วยกันคิด โดยเลือกใช้ลายเส้นวาดแบบไทยผสมผสานความสากล ตัวการ์ดจะเล่าเรื่องราวการเดินทางความรักทั้งหมด ตั้งแต่โมเมนต์ขอแต่งงาน บรรยากาศงานที่ขอนแก่น และงานที่นอร์เวย์ ส่วนแขกทุกท่านที่ได้รับเชิญมางานที่กรุงเทพฯ ก็เปรียบเสมือนบุคคลที่จะเข้ามาอยู่ใน "แชปเตอร์ถัดไป" ในชีวิตคู่ของพวกตน
สำหรับธีมงานในกรุงเทพฯ จะเน้นโทนสีขาว เรียบง่าย ไม่ตึงเครียด และอยากให้แขกทุกคนเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ส่วนชีวิตหลังแต่งงานช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวเผยสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มว่า “ทุกอย่างยังเหมือนเดิมปกติครับ แต่ที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึก คิดถึงและโหยหากันมากขึ้นตลอดเวลา”
Advertisement