
(24 เม.ย. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างรั้วตามแนวชายแดน ว่า เริ่มแล้วไม่ว่าจะเป็นชายแดนไทย-กัมพูชา และชายแดนไทย-มาเลเซีย มีการจัดสรรงบประมาณไปแล้วให้กับกองทัพ ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในพื้นที่จังหวัดแนวชายแดน ส่วนที่อยู่นอกเหนือจากเฟสแรก อีกทั้งวานนี้ (23 เม.ย. 2569) ในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ชี้แจงกับหน่วยงานที่ต้องใช้งบประมาณ ให้แต่ละหน่วยงานนำเสนอโครงการเข้ามา
ทั้งนี้จะมีกองทัพเรือรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันออก กองบัญชาการกองทัพไทย รับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่ จ.สระแก้ว ไปจนถึง จ.อุบลราชธานี ส่วนกองทัพภาคที่ 4 รับผิดชอบ พื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่จะคอยดูแลป้องกันการขนสินค้าเถื่อน การลักลอบเข้าเมืองเพื่อก่ออาชญากรรม จึงอยากขอให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าทุกอย่างได้ดำเนินการไปแล้ว
เมื่อถามว่า เฟสแรกเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลอยู่แล้วว่าจะต้องก่อสร้างระยะทางกี่กิโลเมตร ย้ำว่าเราไม่มีทางสร้างรั้วหยุดไป เว้นไป และค่อยไปสร้าง ต้องเป็นโครงการที่ต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดประโยชน์ในการป้องกันชายแเดน
เมื่อถามต่อว่า ได้หารือกับ นายหวัง อี้ เรื่องการยกเลิก MOU44 หรือไม่ นายอนุทิน ปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการเจรจาเรื่องนี้ เพราะวันนี้เป็นการเข้าเยี่ยมคารวะไม่มีเรื่องที่ต้องเจรจาหารือกัน มีแต่เรื่องที่เป็นมิตร พร้อมย้ำว่าเรื่อง MOU44 ไม่ได้มีการพูดถึงเลย เพราะเป็นประเด็นระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา
ส่วน MOU43 นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เหตุผลที่ต้องยกเลิก MOU44 ไม่ใช่เพราะเรามีความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา แต่เพราะมีการดำเนินการมากว่า 26 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า บริบทของโลกเปลี่ยนไป และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่เหมือนเดิม จึงต้องยกเลิก สิ่งที่อยู่ไปแล้วไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยและประชาชน ส่วน MOU43 ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของประเทศไทย ที่มีความคืบหน้าในการดำเนินการมีข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ หากไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้
ส่วนที่มีนักวิชาการกังวลในประเด็นดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า จะมีอะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องนี้เข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติไปเมื่อวานนี้แล้ว
Advertisement