
จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้ไต่สวนเอาผิดอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร สมัยดำรงตำแหน่ง สส. หลังการเลือกตั้งปี 2562 ถือเป็นการกระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น
ล่าสุดวันนี้ (24 เม.ย.) องค์คณะตุลาการศาลฎีกา ได้นัดประชุมสำนวนคำร้อง และนัดฟังคำสั่ง โดยศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องขอผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารประกอบให้อดีต 44 สส. หากจะคัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง สส. มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้องอันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นที่ต้องปฏิบัติในฐานะ สส. ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่สมควรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 วรรคสาม ประกอบมาตรา 81 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสองจึงมีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามกระทำซ้ำหรือกระทำการใดใดหรือแสดงความคิดเห็นซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้องมิฉะนั้นศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
นอกจากนี้ ศาลฎีกายังได้นัดพิจารณาครั้งแรก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. รวม 2 นัด
ทั้งนี้สำหรับสำหรับรายชื่อของ 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน (ปชน.) มีจำนวน 10 คน โดยแบ่งเป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ประกอบด้วยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.
Advertisement