
นายกัณวีร์ สืบแสง อดีตหัวหน้าพรรคพลวัต โพสต์ข้อความ หลังมีกระแสว่า ที่ประชุม สมช. พรุ่งนี้ (23 เม.ย. 2569) เตรียมพิจารณาตั้ง คณะพูดคุยสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะเสนอชื่อ "ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์" ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็น หัวหน้าคณะพูดคุยฯ
"ขอให้กำลังใจท่านผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (ผขช.) ในการทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้กู้เกียรติภูมิและเกียรติยศของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) กลับมาให้ได้จากหน้าที่ที่สำคัญที่ยิ่งใหญ่ครับ !!
ข่าวแว่วว่า ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (ผขช.) จะมานั่ง หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ขอรอดูครับว่า นายกอนุทินฯ ได้วางเอาผู้นำด้านข่าวกรองมานั่งในตำแหน่งสำคัญนี้ จะมียุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา จชต.อย่างไร??
คาดว่าพรุ่งนี้ นายกอนุทิน จะเคาะชื่อ คุณฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผขช. มานั่งเป็น หน.คณะพูดคุยสันติสุข จชต. ถือเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ กระบวนยุทธและวิธีการภาคราชการในการเป็นหัวหอกการพูดคุยกับ BRN และรวมถึงกลุ่มอื่นๆ (ถ้ามี) เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นพลเรือนคนที่ 3 ที่มานั่งตำแหน่งสำคัญนี้ และพลเรือน 2 คนก่อนหน้านี้มาจาก สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทั้งสิ้น คือ พล.ท.ภราดรฯ และคุณฉัตรชัยฯ
คราวนี้เปลี่ยนเอาพลเรือนที่มาจากฝ่ายนโยบายความมั่นคง มาเป็นผู้นำด้านข่าวกรอง ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางการนำการพูดคุยจากนโยบายมาเป็นงานการข่าวนำเพื่อเจรจาต่อรอง !!
จากการทำงานในพื้นที่และเคยมีโอกาสทำงานกับ ผขช.ในช่วงการลงพื้นที่ จชต.ช่วงแรกในปี 2547 ก็ทราบครับว่า ผขช. มีประสบการณ์คลุกคลีกับงานชายแดนใต้เป็นอย่างดี มีการประสานงานหน่วยข่าวในพื้นที่อย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่อง แต่คราวนี้ ท่าน ผขช.คงต้องทำงานเปิดและหาพื้นที่เจรจากับฝ่าย BRN อย่างเปิดเผย !!
การนำฝ่ายข่าวกรองมาเป็นหัวหน้าคณะพูดคุย คือการวางหมากแบบ "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง !!" จากตำราพิชัยสงครามซุนวู นี่คงเป็นตรรกะของนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล !!
หากการเอาข้อมูลที่แท้จริงจากงานข่าวกรองมาใช้อย่างแท้จริง ที่ไม่ใช้วิชาการปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operation-IO) อย่างที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันมาใช้ก็จะเป็นการดี เพราะต้องเข้าใจว่าเนื้องานที่แท้จริงของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ คือ การดำเนินการด้านข่าวกรอง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมถึง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนด้วยวิธีทางเทคนิคและการข่าว เพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติ
คือพูดง่ายๆ งานข่าวกรองเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติจากอริราชศัตรูจากภายนอกประเทศ และเพื่อป้องกันภัยจากความมั่นคงภายในโดยลดการสูญเสียให้มากที่สุด แต่ที่สำคัญที่สุดเมื่อนำมาปรับใช้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นงานด้านการเมืองที่ละเอียดอ่อน สขช.ต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองจากฝ่ายบริหารนะครับ !!
หลายครั้ง สขช.โดนโจมตีว่าได้สูญเสียจุดยืนการทำงานมาเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ในการทำลายคู่แข่งทางการเมือง (ภายใน) ฝั่งตรงข้ามอยู่เสมอมา !!
ครั้งนี้ หาก สภา.มช. เคาะชื่อคุณฐนัตถ์ ผขช.คนปัจจุบัน มาเป็น หน.คณะพูดคุยสันติสุข จชต. จะเป็นการทดสอบ 3 อย่าง คือ
1. สขช. จะต้องลบข้อครหาในการตกเปลี่ยนเครื่องมือของฝ่ายการเมือง (ฝ่ายบริหาร) เพื่อใช้ห้ำหั่นทางการเมืองในระดับชาติ
2. สขช. สามารถเรียกเกียรติภูมิของตนกลับมาในการใช้ตำราพิชัยสงครามซุนวู เพื่อนำมาซึ่งชัยชนะที่มิได้หมายความถึงการชนะทางสงคราม แต่เป็นชัยชนะในการนำสันติภาพที่ยั่งยืนกลับมาให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้อย่างไม่มีข้อแม้ และ
3. สขช. จะสามารถปลดกระดุมเม็ดแรกที่กลัดผิดมา 22 ปี จากฝ่ายบริหาร ตั้งแต่ปี 47 ที่ตั้งสมการเพียงแค่ จำนวนสถานการณ์ = 0 = สันติภาพในพื้นที่ แต่จะแก้สมการเป็น รากเหง้าและข้อมูลข้อเท็จจริงของปัญหาที่แท้จริงถูกแก้ไขอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ = สันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขอให้กำลังใจคุณฐนัตถ์ฯ หรือพี่นุ้ยที่เคารพของผม ในการทำหน้าที่ที่สำคัญครั้งนี้ ซึ่งเป็นงานหินและยากมาก แต่หากทำได้ นี่คือการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของงานความมั่นคงที่ได้นำ "ความมั่นคงของมนุษย์" มานำการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดมาอย่างยาวนานครับ"
Advertisement