
(20 เม.ย. 2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังสถานการณ์โรคตับอักเสบเออย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 2 เท่า โดยกระจุกตัวในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนความเสี่ยงของการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในช่วงฤดูร้อน
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า โรคตับอักเสบเอเป็นโรคติดต่อที่แพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเข้าสู่ร่างกายผ่านทาง "อุจจาระสู่ปาก" มักพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก น้ำดื่ม หรือน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยในระยะแรกอาการอาจไม่ชัดเจน เช่น ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ก่อนจะมีอาการเด่นชัด เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง และปัสสาวะสีเข้ม ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้
ทั้งนี้ โรคมีระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 28 วัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบแหล่งที่มาของการติดเชื้อ และเชื้อสามารถแพร่ได้ตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ ส่งผลให้การควบคุมโรคมีความท้าทาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารจากหลายแหล่ง
รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขเร่งค้นหาเชิงรุก เฝ้าระวังการเกิดคลัสเตอร์ และตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ระยะแรก และป้องกันการแพร่กระจายในวงกว้าง
ในส่วนของประชาชน ขอให้ยึดหลัก "ป้องกันไว้ก่อน" โดย
"ตับอักเสบเอเป็นโรคที่ป้องกันได้ หากลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในช่วงฤดูร้อน เพื่อร่วมกันลดการแพร่ระบาดและปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัว" น.ส.ลลิดา กล่าว
Advertisement