
วันที่ 17 เม.ย. 69 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มี สส. ให้ข้อมูลว่าไม่เห็น ผบ.ทบ. ลงพื้นที่จัดหวัดชายแดนใต้ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. ว่า
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการกล่าวถึง เมื่อวานนี้ (16 เม.ย. 69) ผบ.ทบ. ได้ลงพื้นที่พบปะกำลังพล พร้อมรับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะจากหน่วยในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาและกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ส่วนการร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.รมน. ในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับคณะ เพื่อรับมอบนโยบายเพิ่มเติม และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ยังไม่ครบถ้วนและคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจาก สส.ผู้ให้ข้อมูลไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในพื้นที่โดยตรง
ทั้งนี้ ผบ.ทบ. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยอย่างต่อเนื่องเกือบทุกสัปดาห์ ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่สำคัญ โดยมีการสลับภารกิจตามสถานการณ์ และบางช่วงมีการลงพื้นที่มากกว่าหนึ่งจุด เพื่อให้ติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
โฆษกกองทัพบก กล่าวย้ำว่า กองทัพบกติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ และขอความร่วมมือให้ใช้ข้อมูลจากแหล่งทางการเป็นหลัก รวมทั้งระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลที่อาจไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเข้าใจของประชาชน
ขณะที่ ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ให้การต้อนรับ นายฌ็อง โกลด ปวงเบิฟ (Jean Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือทางทหาร ณ กองบัญชาการกองทัพบก
ทั้งสองฝ่ายร่วมรำลึกวาระสำคัญทางประวัติศาสตร์ ครบรอบ 340 ปี การเยือนของทูตฝรั่งเศสคนแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งปัจจุบันยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” มุ่งเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงทางทหาร สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและต่อเนื่องระหว่างไทย–ฝรั่งเศส
ในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกจากการที่กองทัพบกได้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกับกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสเมื่อปี 2567 ซึ่งครอบคลุมการจัดหาและการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์สำคัญ ฝรั่งเศสยังเชิญผู้บัญชาการทหารบกเข้าร่วมงาน Eurosatory Land Force Exhibition เดือนมิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการป้องกันประเทศ อันจะส่งผลดีในการพัฒนากองทัพในอนาคต
ด้านการศึกษา กองทัพฝรั่งเศสยังคงสนับสนุนที่นั่งเรียนในโรงเรียนนายร้อย Saint-Cyr ให้กับกองทัพบกอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ไทยมีประวัติการส่งนักเรียนนายร้อยไปศึกษาที่ฝรั่งเศสมายาวนาน รวมถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และในอนาคตฝรั่งเศสมีแผนส่งนักเรียนนายร้อยมาศึกษาแลกเปลี่ยนในไทยเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งกองทัพบกยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง
ผู้บัญชาการทหารบกยังได้ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ฝ่ายไทยยึดมั่นการปฏิบัติภายใต้หลักสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล ยืนยันไม่มีการรุกราน และไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มการปะทะ พร้อมเดินหน้าตามข้อตกลงหยุดยิง และมุ่งแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา เพื่อความสงบสุขของประชาชนตามแนวชายแดน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้กลไกระหว่างประเทศแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยฝ่ายฝรั่งเศสได้แสดงความเป็นกลางและแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย ทั้งยังพร้อมให้การสนับสนุนเอกสารทางประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุ หากได้รับการร้องขออีกด้วย
Advertisement