
วันที่ 9 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ที่ร้านมาเรีย การ์เด้น เรสเตอรองต์ ถ.ราชพฤกษ์ ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” หัวหน้ากลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมผู้บริหารกลุ่มกรุงเทพบินได้, ผู้สมัคร ส.ก., ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม., ทีมรองผู้ว่าฯ กทม. และที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ได้จัดประชุมกลุ่มกรุงเทพบินได้ ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 5 ก.ค. 2569 นี้
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หลังจากประชุมกลุ่มกรุงเทพบินได้เมื่อครั้งที่ผ่านมา มีการวางตัวผู้สมัคร ส.ก., ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ไว้ มีทั้งบุคคลที่เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองและคนนอกวงการ ณ ตอนนี้อยู่ระหว่างตัดสินใจว่า จะเลือกใครเป็นตัวแทนกลุ่มกรุงเทพบินได้ ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญคงหนีไม่พ้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ซึ่งตนมองว่าการแพ้ชนะนั้นอยู่ที่นโยบายเป็นหลัก ถึงแม้ฐานคะแนนเสียงของผู้ว่าฯ ชัชชาติ จะมีค่อนข้างสูงถึง 1 ล้านเสียง แต่หากมีคู่แข่งที่เหมาะสมฐานคะแนนเสียงอาจลดลงได้
ในส่วนของพรรคประชาชน วันที่ 9 เม.ย. นี้ จะมีคดีที่ถูก ป.ป.ช. ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา ดังนั้นคนที่ตั้งใจว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็อาจจะไม่ได้ลง คงจะต้องพักไปก่อน และสุดท้ายในส่วนของการหาเสียงก็คงจะไม่พ้นคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อีกเช่นเคย ส่วนว่าที่ผู้สมัครก็คงจะเป็นแค่ตัวสำรอง เช่นเดียวกับกลุ่มกรุงเทพบินได้ เราอยากได้ผู้ว่าฯ กทม. ที่มีแสงและสามารถปฏิบัติตามนโยบายของกลุ่มได้ หากทำไม่ได้อาจจะนำตัวสำรองขึ้นมาเป็นทีมแทน ในฐานะที่ตนเป็นประธานกลุ่มก็จะคำนึงถึงภาพรวมเป็นหลัก เพราะส่งผลไปยังการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของ “พรรคก้าวล้ำ” ด้วย
สำหรับนโยบายชูโรงของกลุ่มกรุงเทพบินได้ ที่วางแผนไว้และคิดว่าทำได้จริง เน้นแตกต่างและความเจริญแบบก้าวกระโดด ดังนี้
1.คลองแสนแสบดื่มได้ โดยพัฒนาน้ำในคลองให้ใสสะอาดตามมาตรฐานสากล โดยสามารถทำสำเร็จในระยะทาง 2 กม. ภายในเวลา 8 เดือน ถึง 1 ปี และขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น
2.การพัฒนาฐานการผลิตรถยนต์บินได้เพื่อแก้ปัญหาจราจร รวมถึงรถสาธารณะ และเรือขนส่งสินค้าด้วย
3.นโยบายดูแลข้าราชการ กทม. กว่า 92,000 คน เสริมความงามและศัลยกรรมฟรี เพื่อภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เพื่อลดการเจ็บป่วย พร้อมทำงานดูแลพี่น้องประชาชน
4.สนับสนุนสวัสดิการนวดคนละครึ่ง เน้นด้านสุขภาพและการผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
5.ปรับหลักสูตรการเรียน เน้นควบคู่ทั้งวิชาการและกิจกรรมเฉพาะด้าน เพื่อให้เด็กมีเวลาพัฒนาตัวเองมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองในการซื้อชุดนักเรียน และทรงผม เป็นต้น
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเทศไทยมีปัญหาเกี่ยวกับโรงกลั่นน้ำมันที่เป็นของเอกชน โดยล่าสุดมีการปรับขึ้นค่ากลั่นน้ำมัน จากเดิมเมื่อปี 2568 มีการคิดค่ากลั่นน้ำมัน = 1.23 บาท/ลิตร เดือน ม.ค. = 2.14 บาท/ลิตร เดือน ก.พ. = 2.09 บาท/ลิตร เดือน มี.ค. = 7.23 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้นมา 3 เท่า และเดือน เม.ย. นี้ จะมีการเพิ่มขึ้นสูงถึง 15.89 บาท/ลิตร ซึ่งสาเหตุที่ราคาเฟ้อขึ้นขนาดนี้เกิดจากการอิงจากโรงกลั่นของประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นเพื่อต้องการยับยั้งและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ตนจึงมีจุดประสงค์อยากสร้างโรงกลั่นน้ำมันของกทม.เอง เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ตั้งใจจะสร้าง คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี
ทั้งนี้ นายมงคงกิตติ์ ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ไม่ได้แข่งกับผู้สมัครของกลุ่มกรุงเทพบินได้ แต่แข่งกับตนในฐานะหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้ของนโยบายของตน ตนมั่นใจว่านโยบายแต่ละด้านจะเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มอาจจะชอบผู้ว่าฯ ชัชชาติ แต่อีกกลุ่มอาจจะอยากได้รับความแปลกใหม่ สิ่งสำคัญในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ หากกลุ่มกรุงเทพบินได้ ได้จำนวนที่นั่ง สก. เกินครึ่ง ก็จะสามารถลดงบคอรัปชั่นได้ประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้คนกรุงเทพมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
Advertisement