
ที่อาคารรัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธิยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย สส.ของพรรค ร่วมแถลงข่าว ว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ก่อนการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากรทั้ง 58 คนของพรรค และพร้อมทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าพรรคจะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้าน
ก่อนหน้านี้มีสื่อมวลชนสอบถามถึงท่าทีของพรรคว่าจะเป็นฝ่ายค้านแบบรอหรือไม่ นายอรรถกร ขอให้ติดตามบทบาทของพรรคในการประชุมรัฐสภาวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ที่จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้รับจัดสรรโควตาอภิปรายประมาณ 20 คน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและทวงถามนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ ว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามที่ให้คำมั่นกับประชาชนหรือไม่
นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเตรียมยื่นร่างกฎหมายจำนวน 3 ฉบับต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยฉบับแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งนำเสนอโดย ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย สส.ของพรรคกว่า 10 คน มุ่งปฏิรูปการศึกษาให้มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
ส่วนอีก 2 ฉบับ ตนเองจะเป็นผู้ยื่นเอง ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องจากพรรคให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร และเล็งเห็นถึงปัญหาช่องว่างด้านสิทธิในการถือครองที่ดินของเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะช่วยเอื้ออำนวยให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อีกฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครเกษตร โดยชี้ว่า อาสาสมัครในหลายภาคส่วน เช่น ด้านสาธารณสุข ได้รับค่าตอบแทน แต่จากการลงพื้นที่พบว่า อาสาสมัครภาคเกษตรยังคงทำงานด้วยจิตอาสาโดยไม่มีค่าตอบแทน จึงมีความจำเป็นต้องผลักดันกฎหมายเพื่อดูแลและสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรกลุ่มนี้ ซึ่งตนได้เริ่มผลักดันแนวคิดดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยเป็น สส.ก่อนหน้านี้
นายอรรถกร ยังระบุด้วยว่า คาดว่าการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนี้ จะเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเสนอและผลักดันกฎหมายได้มากขึ้น โดยเฉพาะการนัดประชุมพิเศษในวันศุกร์ เพื่อพิจารณาทั้งญัตติและร่างกฎหมายของ สส.
โดยพรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ทั้งการตรวจสอบรัฐบาล และการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล นายอรรถกร เปิดเผยว่า พรรคได้วางกรอบประเด็นการอภิปรายไว้ 5 ด้าน จากการพิจารณาเอกสารนโยบายของรัฐบาล และได้จัดสรร สส.ตามความถนัดในแต่ละหัวข้อ เพื่อให้การอภิปรายครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การรับมือภัยพิบัติ รวมถึงการปฏิรูปการทำงานของภาครัฐ และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ส่วนคำแถลงมีประเด็นใดน่าห่วงหรือน่าดังวลหรือไม่ นายอรรถกร เปิดเผยว่า ตนเองคงไม่ต้องไปติตัวนโยบายของรัฐมนตรีเนื่องจากเชื่อว่านโยบายของรัฐมนตรีแต่ละคนผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว แม้อาจมีบางประเด็นที่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะสามารถดำเนินนโยบายตามที่ประกาศไว้ได้จริงหรือไม่ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมเพียงใด ซึ่งเป็นจุดที่พรรคจะให้ความสำคัญและติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
นายอรรถกร ย้ำว่า นโยบายของรัฐบาลจะส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนในระยะ 4 ปีข้างหน้า พรรคจึงต้องการทำหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อให้รัฐบาลปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาชน โดยเฉพาะการแถลงนโยบายในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ ซึ่งถือเป็นการประกาศคำสัญญาผ่านรัฐสภา พรรคจึงมีหน้าที่ผลักดันให้เกิดการปฏิบัติจริง หากไม่เป็นไปตามที่ให้ไว้ ก็จำเป็นต้องตรวจสอบและกดดันให้รัฐบาลดำเนินการตามสัญญา
ส่วนโควต้าของผู้อภิปราย 20 คนมีร้อยเแกธรรมนัส พรหมเผ่า สส. และประธานที่ปรึกษา จะร่วมอภิปรายด้วยหรือไม่ นายอรรถกร เผยว่า กำลังโน้มน้าวอยู่ แต่ว่าร้อยเอกธรรมนัสก็คุยกันตั้งแต่แรกว่าในวันนี้เรามี สส.จากทั่วภูมิภาคเราก็อยากจะให้สะท้อนปัญหาแล้วก็ความคิดและตัวตนของพรรคกล้าธรรมให้มากที่สุด ถ้ามีเวลาเพียงพอร้อยเอกธรรมมนัสอาจจะมาอภิปรายสรุป แต่ว่าก็ต้องดูความพึงพอใจก่อน คือถ้าพี่น้อง สส. สามารถอภิปรายได้ครอบคลุมทุกประเด็นตามที่เราต้องการ ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสรุปอีกครั้งอันนี้เป็นกรณีพิเศษ โดยพรรคของเราได้โควต้าเวลาในการอภิปรายประมาณเกือบ 4 ชั่วโมงเราก็จะใช้ให้เต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวก คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์นั้น นายอรรถกร กล่าวว่า ตอนนี้นายชนนพัฒฐ์ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่แต่ว่าสัปดาห์นี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน และอยากให้มีการไปสัมภาษณ์เจ้าตัวมากกว่าเนื่องจากกลัวว่าตนจะไปก้าวล่วง เพราะตนไม่รู้ในเรื่องของรายละเอียดจริงๆ
นายอรรถกร ยืนยันว่า ตนทำหน้าที่ฝ่ายค้านในชีวิตครั้งแรกอย่างเต็มที่ เพราะไม่เคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อนทำตัวไม่ถูก ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวแซวว่าฝึกไว้ใน นายอรรถกร ตอบกลับว่า "ครับ ไม่มีปัญหาครับก็สนุกอยู่"
Advertisement