Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศุภจี ตั้งโต๊ะแจง 7 สินค้าควบคุมเพิ่มเติม พร้อมยกระดับ 8 รายการสินค้า

ศุภจี ตั้งโต๊ะแจง 7 สินค้าควบคุมเพิ่มเติม พร้อมยกระดับ 8 รายการสินค้า

26 มี.ค. 69
18:27 น.
แชร์

ศุภจี ตั้งโต๊ะแจง 7 สินค้าควบคุมเพิ่มเติม พร้อมยกระดับ 8 รายการสินค้า หากจะขึ้นราคาต้องขออนุญาต รับน้ำมันพุ่ง 6 บาท กระทบราคาสินค้าปรับราคาขึ้นบางส่วน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการดำเนินมาตรการสำคัญของกระทรวงฯต่อสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง โดยมาตรการเร่งด่วน จะช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพาณิชย์จะลดค่าครองชีพทันทีผ่านโครงการไทยช่วยไทย โดยคัดเลือกสินค้าเป้าหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มาจำหน่ายในราคาพิเศษ กระจ่าย 77 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดจนจัดตลาดธงฟ้าลดราคาสินค้าที่จำเป็น เริ่มโครงการ ช่วงมีนาคม-สิงหาคม 2569 พร้อมย้ำว่ากระทรวงพาณิชย์จะทำนโยบายพุ่งเป้าไปยังกลุ่มต่างๆ ให้สามารถใช้กลไกด้านราคาสินค้าและบริการที่เป็นแนวทางร่วมกันได้โดยไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป

สำหรับมาตรการสินค้าและบริการควบคุม เดิมทีจะมีทั้งหมด 12 หมวดสินค้าจำนวน 59 รายการ และจะปรับเพิ่มเติม 7 รายการ รวมเป็น 66 รายการ โดยวันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอรัฐมนตรีให้เห็นชอบแล้ว สำหรับมาตรการยกระดับสินค้าควบคุมที่ต้องมีการขออนุญาตเปลี่ยนเแปลงราคาจะมี 8 รายการเพิ่มเติม ได้แก่ กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ก้อน สบู่เหลว สุกรเนื้อสุกร และหอมใหญ่ ขณะที่ น้ำตาลทรายเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น จะต้องยกระดับ หากจะเปลี่ยนแปลงราคาต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์

ส่วนสินค้าควบคุมเพิ่มเติมจะมีทั้งหมด 6 หมวดสินค้าจำนวน 7 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำปลา และซีอิ้ว ได้รับความเป็นชอบจาก ครม. แล้ว ขณะที่ ผลิตภัณฑ์มะพร้าว มะพร้าวอ่อน ปลากระพงขาว และกากถั่วเหลือง ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดที่จะขอเพิ่มเป็นรายการสินค้าควบคุม คาดว่าในเร็วๆนี้จะมีความชัดเจน

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศว่า ปัจจุบันปุ๋ยยูเรียส่วนใหญ่นำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีบางส่วนมาจากประเทศมาเลเซียและบรูไน ซึ่งได้ทยอยนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณสต๊อกปุ๋ยในประเทศยังคงเพียงพอรองรับการใช้งานไปจนถึงช่วงเดือนเมษายนนี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยยูเรียในปริมาณสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 16 - 17 ล้านกระสอบ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเพาะปลูกสำคัญของภาคการเกษตร

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้เสนอแนวทางดำเนินโครงการ ปุ๋ยธงเขียวโดยจะบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือร่วมกับกลุ่มเกษตรกรหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ปลูกข้าว กลุ่มข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกลุ่มมันสำปะหลัง โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้

ปุ๋ยทางเลือกซึ่งเป็นสูตรปุ๋ยที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ปรับลดสัดส่วนการใช้ยูเรียลง เพื่อช่วยกระจายปริมาณปุ๋ยให้เพียงพอและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กัน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความยั่งยืนในภาคการเกษตร

สำหรับโครงการธงเขียวพลัสจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยตั้งเป้าสนับสนุนปุ๋ยประมาณ 1 ล้านกระสอบ ขณะเดียวกันหากเกษตรกรรวมกลุ่มกันสั่งซื้อปุ๋ยโดยตรงจากโรงงาน จะได้รับส่วนลดเพิ่มเติม ซึ่งตั้งเป้าหมายการจำหน่ายผ่านรูปแบบดังกล่าวไว้ที่ 10 ล้านกระสอบ

อธิบดีกรมการค้าภายในย้ำว่า มาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการปริมาณปุ๋ยในประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการลดภาระต้นทุนของเกษตรกรในช่วงที่ความต้องการใช้ปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แนวทางการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ระบุว่า จะมีการเชื่อมโยงผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย" โดยจะรับสินค้าราคาถูกจากผู้ผลิตรายใหญ่มาจำหน่าย เพื่อเพิ่มกำไรส่วนต่าง (margin) ให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อย

รวมถึงจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อรองรับต้นทุนด้านพลังงานและโลจิสติกส์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะร่วมกับ ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นหลักประกันทางธุรกิจ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการและประชาชนทุกระดับ ควบคู่กับการกำกับดูแลสินค้าต้นทุน อาทิ ปุ๋ย อาหารสัตว์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรม

ส่วนแนวทางการช่วยเหลือ กลุ่มผู้ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ จะรักษาความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการส่งออก ด้วนการบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ ที่จะช่วยติดตามสถานการณ์ค่าระวางเรือ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา Container Shortage

อีกทั้งช่วยเร่งหาตลาดใหม่ โดย มอบให้ทูตพาณิชย์ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิดและ เตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา

Advertisement

แชร์
ศุภจี ตั้งโต๊ะแจง 7 สินค้าควบคุมเพิ่มเติม พร้อมยกระดับ 8 รายการสินค้า