
วันที่ 25 มี.ค. ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนที่ 6 พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายเสนอแนะแนวทางการบริหารพลังงาน โดยการแก้ไขปัญหาเรื่องอะไรไม่ควรนำผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาเป็นผู้แก้ไข เช่น หากต้องแก้ไขปัญหาที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ไม่ควรที่จะให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีบ้านอยู่บุรีรัมย์ เป็นผู้แก้ไขปัญหาหรือ หากให้ประธานสภา หรือประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นคนบุรีรัมย์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมาจากบุรีรัมย์ การแก้ปัญหาไม่มีทางสำเร็จ
ตนรับราชการมาตลอดชีวิต และมีประสบการณ์ในการบริหาร ซึ่งถ้าหากมีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่มีทางสำเร็จ บางช่วงยกตัวอย่างเรื่องการเลือกตั้งในอดีต ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ แม้มีการซื้อเสียง แต่ไม่มีตำรวจบุรีรัมย์กล้าจับกุม ในขณะที่ตำรวจจากกรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมได้ และมีเงินของกลางเป็นจำนวน 10 ล้านบาท หรือ การปราบผู้มีอิทธิพลในชลบุรี หรือการปราบโต๊ะเถื่อนในสนามม้า ที่ทำให้รัฐขาดทุนมหาศาล แต่ตำรวจนครบาลไม่สามารถที่จะจับกุมได้เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงการปราบปรามน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้ในอดีต ใช้ตำรวจในพื้นที่ไม่ได้ แต่ต้องใช้ตน ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ต้องไปปราบปราม น้ำมันเถื่อนถึงยุติไปได้ ถ้าหากไม่เชื่อขอให้ไปลองถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เพราะมีธุรกิจด้านนี้ ย่อมรู้ดี ซึ่งทำให้ภาษีเข้ารัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ล้านบาท ในระยะเวลาเดือนเดียว
ตนเป็นตำรวจมาทั้งชีวิต มีหน้าที่ให้บริการ มีเงินเดือน มีเบี้ยเลี้ยง ไม่มีกำไร แต่การบริหารของรัฐบาลปัจจุบัน นายกรัฐมนตรี เป็นนักธุรกิจ เป็นผู้รับเหมารายใหญ่ หรือนายพิพัฒน์ ก็เป็นนักธุรกิจค้าน้ำำมันโดยตรง ซึ่งนักธุรกิจก็จะคิดถึงเรื่องกำไรด้วย เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ ถ้าหากจะทำให้สำเร็จ ต้องให้ผู้อื่นที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มาดำเนินการ
ก่อนที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ภาคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วง ระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายนอกประเด็น และมีพาดพิงโดยเฉพาะนายพิพัฒน์ ที่พูดส่อในลักษณะการกล่าวหาว่า มีเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ การค้าน้ำมันเถื่อน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่รัฐบาลนั้นบอกว่ามีน้ำมันสำรองอยู่ 60 วัน และขณะนี้ในเมื่อใช้น้ำมันสต๊อกเดิมอยู่ เหตุใดรัฐถึงต้องขึ้นราคาน้ำมัน ทั้งที่ขายราคาเดิม และไม่จำเป็นต้องขึ้นราคา เพราะอีกไม่นานสงครามระหว่างอิหร่าน และอิสราเอลก็จะยุติ ซึ่งราคาน้ำมันอาจจะลดลง ไม่ใช่ขึ้นตลอดไป แล้วจะขึ้นราคาทำไม เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นบริหารผิดพลาด บกพร่อง คิดถึงผลประโยชน์ของตนเอง ในฐานะนักธุรกิจที่ต้องหากำไรกับประชาชน ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ในช่วงท้ายพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้กล่าวขอบคุณประธานในที่ประชุม ที่เข้าใจการอภิปรายของตนเอง แต่คนอื่นนั้นก็หาเสียงไปอย่างนั้น เพราะกลัวจะไม่ได้เป็นรัฐมนตรี
Advertisement