
วันที่ 20 มี.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการจัดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่น ณ ห้องประชุมไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
โดยนายอนุทิน ได้กล่าวเปิดงานว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาพบกับทุกคนอีกครั้งเหมือนได้มาพบกับคนรักเก่า และวันนี้ตนได้ใส่เสื้อถูกโฉลก ตนเป็น อสม.ไม่ใช่แค่ใส่เสื้อเฉยๆ แต่เป็น อสม. ของจังหวัดบุรีรัมย์ขออนุญาตรายงานตัวกับ อสม. ทุกคน วันนี้เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งหากไม่มีภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็มักจะมาร่วมงานกับทุกคนด้วยตัวเอง เพราะถือว่าเราเป็นนักรบชุดเทาเหมือนกัน เราร่วมทุกข์ร่วมสุขเคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนร่วมกันดูแลสถานการณ์ โควิด-19 ที่ต่อสู้ด้วยกันอย่างหนักหนาสาหัส ร่วมกับบรรดาแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขทุกคน ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ตนได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องถือว่าเรามีความผูกพันกัน และในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีความเชื่อในเรื่องของการทำงานของ อสม. ก็อยู่ในความคิดของตนตลอดเวลาและมั่นใจว่าประเทศนี้นอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความเจ็บป่วยใช้ความรู้ความสามารถทางการแพทย์พยาบาลเภสัชกรรมแล้ว ยังมี อสม. ที่เป็นผู้ช่วยที่สำคัญและมีบทบาทเป็นอย่างยิ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกระทรวงสาธารณสุขและประเทศไทยขาดไม่ได้คือ อสม. ทุกคน
ในโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับ อสม. ทุกคนในวันนี้ที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละที่ได้อุทิศกำลังกายกำลังใจและเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน หลายคนในที่นี้ทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและได้รับการยอมรับจากนานาอารยะประเทศว่ามีระบบสาธารณสุขที่ดีมีความเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่ได้รับความชื่นชมในเรื่องนี้จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือ ระบบประกันสุขภาพทั่วหน้าและการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่น้อยประเทศที่จะมีเช่นนี้ ถือเป็นของที่หายากในโลกใบนี้ และเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจด้วยบทบาทที่มีมีคุณค่าเช่นนี้รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม. อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้รัฐบาลมุ่งยกระดับอสม.ยุคใหม่ให้เป็นสมาร์ท อสม. ที่มีความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัยพร้อมทั้งเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยมาเชื่อมความรู้ด้านสุขภาพเพื่อให้ประชาชน ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างรวดเร็วอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นอกจากนี้ อสม. ยังต้องได้รับการพัฒนาให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชนเชื่อมโยงกับระบบบริการสุขภาพของภาครัฐและชุมชนในทุกระดับตลอดจนการเป็นผู้นำ การสู้กับโรคภัยที่ดีที่สุด คือการมีสุขนิสัยที่ดีรู้ว่าเราควรคิดอะไรอยู่อย่างไร ออกกำลังกายแค่ไหน และจะทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะความเครียด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว ตนขอให้พี่น้อง อสม. ทุกคน ตลอดจนเครือข่ายเจ้าหน้าที่ศาลสาธารณสุขในทุกพื้นที่ได้มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและพึ่งพาตัวเอง ด้านสุขภาพเพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศต่อไป
จากนั้นนายอนุทิน ได้เป็นประธานมอบรางวัลให้กับ อสม. ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากทั่วประเทศ
Advertisement