Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทลาย "คอกม้าข้ามชาติ" บุกค้น 16 จุดทั่วประเทศ จับกุม 2 เครือข่าย 6 ราย

ทลาย "คอกม้าข้ามชาติ" บุกค้น 16 จุดทั่วประเทศ จับกุม 2 เครือข่าย 6 ราย

20 มี.ค. 69
12:19 น.
แชร์

CIB ทลาย "คอกม้าข้ามชาติ" บุกค้น 16 จุดทั่วประเทศ จับกุม 2 เครือข่าย 6 ราย ยึดของกลางรวมกว่า 50 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.เอนก บุญตา รอง ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกับ กก.2 และกก.4 บก.ป. ร่วมจับกุมผู้ต้องหา 2 เครือข่าย รวมจำนวน 6 ราย ได้แก่

เครือข่ายที่ 1 เครือข่ายจัดหาบัญชีม้า จ.ชลบุรี

1. น.ส.อริสรา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ129/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569

2. นายวัชรากร (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ130/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569

3. ว่าที่ ร.ต.หญิงสุภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ131/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569

4. น.ส.เกตน์นิภา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ 132/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด มาตรา (10) พระราชกำหนดมาตราการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

เครือข่ายที่ 2 เครือข่ายจัดหาซิมและจ้างเปิดบัญชีคริปโต

1. นายวัชรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ จ 122/2569 ลง 25 กุมภาพันธ์ 2569

2. น.ส.สุนิสา (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ จ 122/2569 ลง 25 กุมภาพันธ์ 2569

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ผู้ใดเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้" พร้อมตรวจยึดของกลาง

1. เงินสด จำนวน 6,054,480 ล้านบาท

2. ทองคำ จำนวน 46 รายการ น้ำหนัก 40 บาท จำนวนประมาณ 3 ล้านบาท

3. โฉนดที่ดิน จำนวน 3 ฉบับ จำนวนประมาณ 20 ล้าน

4. รถยนต์ ฟอร์ด เอเวเรส จำนวน 1 คัน มูลค่า 1.5 ล้านบาท

5. เครื่อง Sim Box จำนวน 2 เครื่อง

6. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 108 เครื่อง

7. สมุดบัญชี จำนวน 135 บัญชี

8. คอมพิวเตอร์ จำนวน 13 เครื่อง

9. บัตรกดเงินสด จำนวน 49 ใบ

10. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 5 อัน

11. ซิมการ์ด จำนวน 56 อัน

และของกลางอื่นๆ อีกจำนวน 400 รายการ รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้เข้าจับกุมนายหน้าจัดหาบัญชีม้า จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ซึ่งมีพฤติการณ์ชักชวนประชาชนให้เปิดบัญชีธนาคาร ก่อนนำบัญชีดังกล่าวส่งต่อให้เครือข่ายต่างประเทศ จากการสืบสวนขยายผล โดยการสอบปากคำผู้ที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร พบว่ามี กลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการอยู่ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้จำนวน 4 ราย และได้ติดตามจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ดำเนินคดีตามกฎหมาย

กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวมีการจัดหาบัญชีม้าจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนรวบรวมสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ส่งไปยังจุดรวบรวมบัญชีม้าในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเตรียมลักลอบนำข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และส่งต่อให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้ในการกระทำความผิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล ทำการเข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่ชายแดนซึ่งใช้เป็นจุดรับ-ส่งพัสดุ พบว่าเป็นการรวบรวมสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มเพื่อเตรียมส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งวันที่ 13 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ จ.ชลบุรี พบ น.ส.อริสรา รับเป็นผู้ดูแลสถานที่ พร้อมตรวจยึดสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และโทรศัพท์ รวม 39 รายการ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำหน้าที่รวบรวมบัญชีม้า ได้ค่าจ้างบัญชีละ 500 บาท

จากการขยายผลเพิ่มเติม พบเครือข่ายจัดหาบุคคลเปิดบัญชีผ่านโซเชียลมีเดีย และมีเจ้าหน้าที่ธนาคารบางรายร่วมอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีและปลดล็อกแอปพลิเคชันธนาคาร โดยมีอดีตพนักงานธนาคารเป็นผู้ควบคุมและสั่งการให้จัดหาบัญชีม้าเข้าสู่ขบวนการ

จากพฤติการณ์ของเครือข่ายดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังคงมีกลุ่มผู้จัดหาบัญชีม้า หรือ "คอกม้า" กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center จึงได้ยกระดับมาตรการปราบปราม โดยมุ่งดำเนินคดีกับผู้จัดหาบัญชีม้า ซึ่งถือเป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. เร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายดังกล่าว

ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายดังกล่าวต่อเนื่อง โดยเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องหลายครั้ง จากการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้มีลักษณะการทำงานเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดหาบัญชีม้า มีการรวบรวมสมุดบัญชี บัตร ATM และซิมการ์ดจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านการชักชวนทั้งปากต่อปากและสื่อออนไลน์ โดยให้ค่าตอบแทนเพียง 1,000 - 2,000 บาทต่อบัญชี ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากตกเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด และถูกนำไปใช้รับเงินจากการหลอกลวง มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 280 คดี อีกทั้งยังพบแนวโน้มมุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน ให้เปิดซิมการ์ดแลกค่าจ้างเล็กน้อย โดยพบมีการนำซิมไปใช้ผิดกฎหมายกว่า 1,200 ซิม ซึ่งนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

กระทั่ง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการทลาย "คอกม้าข้ามชาติ" นำกำลังร่วมกับ กก.2 และ กก.4 บก.ป. จำนวน 60 นาย เข้าตรวจค้น 16 จุดทั่ว ประเทศ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, กาฬสินธุ์เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามผู้ต้องหา รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

เตือนภัย ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครองและเยาวชน เนื่องจากปัจจุบันพบแนวโน้มว่าขบวนการจัดหาบัญชีม้าได้หันไปชักชวนนักเรียนระดับมัธยมให้เปิดซิมการ์ดและเปิดบัญชีธนาคาร แลกกับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุก และทำให้มีประวัติอาชญากรรมทันที ประชาชนจึงไม่ควรหลงเชื่อการชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร ขายหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาบัญชีม้าโดยไม่รอการลงโทษมาแล้วหลายคดี จึงขอเตือนผู้ที่มีพฤติการณ์เป็น "คอกม้า" ให้ยุติการกระทำดังกล่าวทันที

สำหรับประชาชนทั่วไปหากมีผู้ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารหรือขอซื้อ/เช่าบัญชี โดยอ้างว่าสามารถสร้างรายได้ง่าย ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง และไม่ควรส่งรูปบัตรประชาชนหรือสมุดบัญชีให้บุคคลแปลกหน้า หากเผลอเข้าไปเกี่ยวข้องควรรีบแจ้งธนาคารและเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว

Advertisement

แชร์
ทลาย "คอกม้าข้ามชาติ" บุกค้น 16 จุดทั่วประเทศ จับกุม 2 เครือข่าย 6 ราย