
วันที่ 24 มิ.ย.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม น.ส.ศิริพร อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์ที่หลอกผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 20.89 ล้านบาท
การจับกุมเกิดขึ้นภายในชุมชนแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 12 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยชุดสืบสวน กก.2 บก.ป. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา
คดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นพนักงานฝ่ายกฎหมายของบริษัทผู้ให้สัญญาณโทรศัพท์ชื่อดัง และตำรวจระดับผู้กำกับการ สภ.เมืองเลย ติดต่อผ่านโทรศัพท์และบัญชีไลน์ปลอมชื่อ “สภ.เมืองเลย” พร้อมส่งเอกสารราชการและหมายจับปลอม อ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินรายใหญ่ ก่อนข่มขู่ให้โอนเงินและถอนเงินสดมอบให้เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจ
ผู้เสียหายหลงเชื่อทำตามคำสั่งตลอดช่วงวันที่ 4-15 มีนาคม 2569 มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าและส่งมอบเงินสดให้กลุ่มคนร้าย รวมมูลค่าความเสียหาย 20,897,460 บาท ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี
จากการสืบสวนพบว่าเงินส่วนหนึ่งถูกโอนผ่านบัญชีของ น.ส.ศิริพร จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ ก่อนติดตามจับกุมตัวได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเคยสมัครงานตำแหน่งแอดมินเพจออนไลน์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกพาตัวไปประเทศกัมพูชา และถูกบังคับให้นำบัญชีธนาคารมอบให้ขบวนการสแกมเมอร์ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ทราบว่าบัญชีจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน
จากการสอบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบว่า ขบวนการดังกล่าวใช้วิธีการใหม่ในการจัดหาบัญชีม้า โดยเปิดรับสมัครงานออนไลน์ตำแหน่งแอดมินเพจ “ทำงานที่บ้าน” จากนั้นนัดผู้สมัครเข้ารับการอบรมในโรงแรมหลายแห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมแอบอ้างชื่อบริษัทขายสินค้าออนไลน์ชื่อดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจัดฉากให้เหมือนการสัมมนาจริง
หลังจบการอบรม กลุ่มคนร้ายจะอ้างว่าต้องย้ายสถานที่พัก ก่อนพาผู้สมัครขึ้นรถตู้ที่เตรียมไว้ มีการสลับเปลี่ยนรถหลายทอด กระจายตัวผู้เข้าร่วมอบรมออกจากกัน และยึดโทรศัพท์มือถือทั้งหมดเพื่อไม่ให้ติดต่อบุคคลภายนอก
เมื่อเดินทางถึงพื้นที่ชายแดนอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จะมีผู้นำพาลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังกัมพูชา ก่อนถูกควบคุมตัวในอาคารปิดทึบ และถูกบังคับให้สแกนใบหน้า เปิดบัญชี หรือทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อใช้เป็นบัญชีม้ารับเงินจากการหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทย
ตำรวจระบุว่า เมื่อบัญชีถูกอายัดหรือหมดประโยชน์ กลุ่มคนร้ายจะทอดทิ้งเหยื่อ บางรายถูกบังคับให้ทำงานสแกมเมอร์ต่อ หรือถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายอื่น ขณะที่ น.ส.ศิริพร อ้างว่าถูกนำไปปล่อยทิ้งในป่าฝั่งกัมพูชา ก่อนเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาตินานกว่า 2 ชั่วโมง จนกลับเข้าสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศมาดำเนินคดีต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลางเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน หรือเปิดรับสมัครงานออนไลน์ เพื่อหลอกให้โอนเงิน ส่งมอบทรัพย์สิน หรือชักชวนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยหากมีผู้ติดต่ออ้างว่าต้องตรวจสอบคดี อายัดทรัพย์ หรือให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีหากพบพฤติการณ์น่าสงสัย
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด.
Advertisement