
(19 มี.ค. 2569) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
โดย นายคริส โปตระนันทน์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า พรรคเศรษฐกิจ ได้หาเสียง และทำสัญญากับประชาชนเรื่องนโยบาย ทุจริตเท่ากับประหาร ซึ่งมีกฎหมายหนึ่งฉบับที่ตรงกับแนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทย คือการประหารกฎหมาย หรือกิโยตินกฎหมาย เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายมากกว่า 100,000 ฉบับ มีใบอนุญาต 700,000 กว่าใบ ถือเป็นอุปสรรคในการทำมาหากินของประชาชน เป็นเครื่องมือเจ้าหน้าที่รัฐในการเรียกรับผลประโยชน์ ถ้าพรรคภูมิใจไทยทำนโยบายนี้สำเร็จ จะทำให้ประเทศไทยกลับมายืนหนึ่ง ในสายตาชาวโลกอีกครั้ง
นอกจากนี้ในภาวะที่เกิดสงครามของโลก นายอนุทิน เป็นคนรักชาติรักแผ่นดิน ย่อมจะเลือกคนที่รักชาติรักแผ่นดินเข้ามาช่วยปกป้องอำนาจอธิปไตยของประเทศ และในขณะที่คนไทยกำลังประสบวิกฤตคลาดแคลนน้ำมัน เชื่อว่านายอนุทินจะแก้ไขปัญหาวิกฤตครั้งนี้ได้ และเชื่อว่าจะเปลี่ยนวิธีการอุดหนุนน้ำมันราคาถูก ผ่านกองทุนน้ำมัน เป็นการลดภาษีสรรพสามิต เพื่อช่วยประชาชน
ดังนั้นกฎหมายที่ต้องกิโยตินเป็นอันดับแรก คือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง วันนี้หากใครนำน้ำมันราคาถูกมาช่วยประเทศไทยได้ ต้องอนุญาตให้เข้ามาทำ สุดท้ายนี้หากนายอนุทิน ทำสิ่งที่ตนพูดได้ เชื่อว่านายอนุทิน จะไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 แต่จะเป็นรัฐบุรุษคนต่อไปของประเทศไทย ซึ่งตนขอเป็นตัวแทนประชาชน 1.1 ล้านเสียง ลงมติโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี
Advertisement