
จากสถานการณ์การสู้รบ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และอิหร่านได้ตอบโต้กลับอย่างหนัก จนส่งผลให้หลายประเทศได้รับผลกระทบ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 69 เปิดภาพวิถีจรวดปรากฏบนท้องฟ้าเหนือเมืองเนทันยา เมืองชายฝั่งตอนกลางของอิสราเอล ท่ามกลางการโจมตีด้วยขีปนาวุธระลอกใหม่ของอิหร่าน
หลังอิสราเอลประกาศการโจมตี "วงกว้าง" ครั้งใหม่ต่อเตหะราน เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่สงครามที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง และราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลก
การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ได้กระตุ้นให้เกิดการตอบโต้จากอิหร่านต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 ว่า มีเพียงการยอมจำนน "โดยไม่มีเงื่อนไข" ของอิหร่านเท่านั้นที่จะยุติสงครามได้
Advertisement