
จากสถานการณ์การสู้รบ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และอิหร่านได้ตอบโต้กลับอย่างหนัก จนส่งผลให้หลายประเทศได้รับผลกระทบ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
วันที่ 9 มี.ค. 69 เฟซบุ๊กเพจ “World Forum ข่าวสารต่างประเทศ” โพสต์ข้อความว่าตะวันออกกลาง นอกจากคลังน้ำมัน คลังอาวุธ ฐานทัพแล้ว โรงงานกลั่นน้ำจืด เป็นหนึ่งในเป้าการโจมตี
วันที่ 8 มี.ค. มีรายงาน 🇦🇪🇮🇷 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โจมตีโรงงานกลั่นน้ำทะเลของอิหร่านครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำจืดของบาห์เรน โดยการเคลื่อนไหวของยูเออีถือเป็น การยกระดับความตึงเครียดครั้งใหญ่ ทำให้ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสหรัฐและอิสราเอลอีกต่อไป
รายงานยังระบุว่า ก่อนหน้านี้อิหร่านได้โจมตี ถังเก็บน้ำมันที่ฟูไจราห์ สนามบินดูไบ และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ยูเออีระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้ ความขัดแย้งด้านโครงสร้างพื้นฐานน้ำจืดเริ่มทวีความรุนแรง โดยมีการโจมตีโรงงานกลั่นน้ำทะเลของทั้งสองฝ่าย ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากในประเทศอ่าวอาหรับ เนื่องจากหลายประเทศพึ่งพาน้ำจืดจากการกลั่นน้ำทะเลเป็นหลัก เช่น
🇸🇦ซาอุดีอาระเบียพึ่งพาน้ำดื่มจากการกลั่นน้ำทะเลประมาณ 70% 🇦🇪ยูเออีประมาณ 90% 🇶🇦กาตาร์เกือบ 100%
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯได้โจมตี โรงงานกลั่นน้ำทะเลบนเกาะเกชม (Qeshm Island) ของอิหร่าน ส่งผลให้หมู่บ้านประมาณ 30 แห่งสูญเสียแหล่งน้ำจืด ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ ผลกระทบร้ายแรง
นักวิเคราะห์มองว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอาจทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาค ขยายตัวเป็นสงครามระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบ และทำให้โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในหลายประเทศอ่าวอาหรับตกเป็นเป้าหมายในอนาคต
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล : เพจ “World Forum ข่าวสารต่างประเทศ”
Advertisement