
วันที่ 6 มี.ค. นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดและโฆษกกระทรวงพลังงาน แถลง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออก หรือ ศบก. กล่าวว่า กระทรวงพลังงานพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ ที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะเรื่องปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานไม่ได้แน่นอนใจ เร่งดำเนินการเชิงรุกเพื่อให้ประเทศไทยจะมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง
โดยการสร้างความมั่นคงและปริมาณน้ำมันสำรองวันนี้ ประเทศไทยมีปริมาณสำรองเพียงพอในการใช้งานได้ 95 วัน จากเดิมที่เคยแถลงไว้ว่า 60 วัน น่าจะช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศ ได้สามารถจัดหาน้ำมันเพิ่มเติม และได้รับการยืนยันในการจัดส่งเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าจะคงมีการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมจากแหล่งที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป
นอกจากนี้ได้มีการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันทยอยเพิ่มสัดส่วนในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% เพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว พร้อมทั้งมีควบคุมการส่งออกน้ำมัน ยกเว้นทางสปป.ลาวและเมียนมา เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างการ และเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันต่อไป
ขณะที่การแก้ไขการการหาการขาดแคลนและการกักตุนน้ำมัน ทำให้ความต้องการใช้ผิดปกติในระยะเวลาสั้นๆ กระทรวงพลังงานได้มีการให้กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน และป้องกันการกักตุนน้ำมัน และจัดส่งน้ำมันเข้าสู่พื้นที่โดยเร็วที่สุด
ขณะที่มาตรการการลดภาระค่าครองชีพและราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานและมีการตรึงราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรึงราคาดีเซล ระยะเวลา 15 วันโดยเริ่มตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทางกระทรวงการติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด พร้อมกับจะมีการพิจารณามาตรการชดเชยอีกครั้ง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้สุด
นอกจากนี้ยังมีการการเตรียมความพร้อมเรื่องเชื้อเพลิงจากวันนี้ถึงเดือนพฤษภาคมกระทรวงพลังงาน มีมาตรการในการใช้พลังงานทางเลือก เช่น การเตรียมน้ำมันดีเซลหรือ ไบโอดีเซล หรือ B100 ที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้า และโดยการเตรียมเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาตรฐาน เช่น น้ำมันดีเซลยูโร 4 ซึ่งมีราคาถูกกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตและลดต้นทุนให้กับประชาชน
ส่วนการผลิตไฟฟ้าเร่งจัดหา LNG เพิ่มเติมและเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นๆเช่น โรงไฟฟ้าชีวมวลจากถ่านหิน พลังงานน้ำและการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ไม่มี ไฟฟ้าดับ ทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรม
พร้อมย้ำว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อให้การทำงาน อย่างเพียงพอ และมีบริการจัดการอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
Advertisement