
จากกรณีกลุ่มคนร้ายอุ้มฆ่านายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ ท๊อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังมารดาเข้าแจ้งความคนหายเอาไว้ที่ สน.สุทธิสาร เพราะไม่สามารถติดต่อนายรุทธ์ได้
โดยมีภาพหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด บริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ในช่วงเช้าเวลา 06.24 น. ของวันที่ 18 ก.พ. 69 ปรากฎภาพชัดว่ามีการจัดฉากอุ้มนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค.69 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูก อยู่ภายในห้องน้ำ บ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
จากนั้นนที่ 5 มี.ค. 69 ทางพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวน การสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบผลตรวจเปรียบเทียบ DNA ศพชายปริศนาในบ้านร้างแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี จากสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจที่ระบุว่าศพดังกล่าว เป็นศพผู้จัดการบริษัทอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ ซึ่งถูกอุ้มหายไปตั้งแต่ วันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ไปขออำนาจศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกพิจารณา ออกหมายจับผู้ต้องหาจ้างวานฆ่า รวม 2 ราย
จนศาลเห็นชอบตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวน จึงได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา รวม 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิงอีก 1 ราย ในความผิดฐาน "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือ โดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ปล้นทรัพย์ และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย รื้อทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 23.51 น. วันที่ 5 มี.ค. 69 ที่สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.บชน.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาล 2 ชุดสืบสวนติดตามคดี ได้นำผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญา เข้าห้องสืบสวนทันที หลังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ หรือ ท็อป ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหลังหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยมี พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เปิดเผยว่า ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ ขณะกำลังเดินทางออกจากที่พัก ช่วงเวลา 23.00 น. จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตามหมายจับ และเมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาชาย พบว่าได้ทำการจองตั๋วเครื่องบิน เดินทางออกนอกประเทศผ่านระบบออนไลน์ แต่เมื่อไล่เลียงเวลาแล้ว คาดว่าผู้ต้องหาเปลี่ยนใจ เนื่องจากต้องการต่อสู้คดี โดยมีทนายความเดินทางมาด้วย
ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน ซึ่งรายละเอียดในการสอบปากคำยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่พบความเชื่อมโยงถึงมูลเหตุ บางส่วนเชื่อว่าเป็นปัญหาภายครอบครัว
นอกจากตัวผู้ต้องหาแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบรถส่วนบุคคลของผู้ต้องหาเอาไว้จำนวน 2 คัน ที่ชุดจับกุมอายัดเอาไว้เป็นรถเก๋ง 1 คัน และรถกระบะ 1 คัน หลังพบว่า ภายในรถเก๋งมีชุดเครื่องแบบทหาร และชุดสูทถูกแขวนอยู่ภายในรถ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเครื่องแบบข้าราชการทหาร บัตรวิทยาลัยทนายความ ซองใส่บัตรข้าราชการ และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบสำนวนคดี
จากแนวทางสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาชายถูกเชื่อว่าเป็น ผู้บงการ หรือ บอสใหญ่ อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างทีมอุ้มก่อเหตุ ที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด 8 คน ส่วนหญิงสาวคนสนิท ถูกระบุว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาชาย และต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุ
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาในทีมอุ้มฆ่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 8 คน ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจ และกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็น ทีมปฏิบัติการอุ้มตัวผู้เสียชีวิต
ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ หรือ อาร์ท อายุ 48 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าจ้างทีมอุ้ม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศลาว
Advertisement