Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
CIB ปฏิบัติการทลายเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติบังคับสแกนหน้า-เปิดบัญชีม้า

CIB ปฏิบัติการทลายเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติบังคับสแกนหน้า-เปิดบัญชีม้า

6 มี.ค. 69
21:39 น.
แชร์

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการทลายเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติบังคับสแกนหน้า-เปิดบัญชีม้า

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม., พ.ต.ต.ชัยกฤต ทิพย์วงศา, พ.ต.ต.พศวัต ศรีสุขโข, ว่าที่ พ.ต.ต.นนพัทธ์ กาวชู, ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรพันธ์ หอมจันทร์ สว.กก.1 บก.ปคม.

ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ดังนี้

1. นายขันติชัยฯ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1211/2569 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

2. น.ส.อชิรญาฯ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1209/2569 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

3. น.ส.วราพรฯ อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1210/2569 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

4. นายประสพโชคฯ อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1213/2569 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยหลอกลวง หากการกระทำนั้นมีความมุ่งหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการตามมาตรา 6/1 หรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไป หรือโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรม ตามลักษณะการกระทำดังกล่าว, ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดครรลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด พาหรือส่งบุคคลออกไปนอกราชอาณาจักร”

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 9 ราย ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคม. โดยให้การสอดคล้องกันว่า พวกตนได้พบประกาศรับสมัครงานผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งระบุตำแหน่งงาน “แอดมินตอบแชทลูกค้า” สามารถทำงานที่บ้านได้ (Work from home) และเสนอค่าตอบแทนสูง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและสมัครเข้าทำงาน จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. พบว่าพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ใช้วุฒิการศึกษาเพียงชั้น ม.6 แต่เสนอรายได้จูงใจถึง 18,000–25,000 บาทต่อเดือน เมื่อผู้เสียหายติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊กจะถูกแนะนำให้แอดไลน์เพื่อพูดคุยกับแอดมิน ซึ่งจะออกอุบายว่าก่อนเริ่มงานจริง ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการฝึกงานที่ จว.สระแก้ว หรือ จว.จันทบุรี แล้วแต่กรณี เพื่อสร้างความเชื่อใจ กลุ่มคนร้ายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักทั้งหมด เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปถึงจุดนัดหมาย จะมีกลุ่มบุคคลทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีธนาคาร ปรับวงเงินการทำธุรกรรม และเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ให้กับผู้เสียหายเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเป็นบัญชีสำหรับรับเงินเดือน

ต่อมาผู้เสียหายจะถูกส่งตัวไปพักยังที่พักใกล้ชายแดนในพื้นที่ จว.จันทบุรี หรือ จว.สระแก้ว เพื่อพักคอยก่อน จากนั้นจะมีรถมารับตัวไปส่งยังจุดข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยอ้างว่าต้องเดินทางไปยังออฟฟิศทำงาน ในระหว่างการเดินทางข้ามชายแดนจะมีผู้ควบคุมขบวนคอยประกบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมทั้งพกพาอาวุธ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวและไม่สามารถขัดขืนหรือหลบหนีได้ เมื่อข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชาแล้วก็จะมีรถมารับต่อไปยัง “ออฟฟิศกลาง” ในพื้นที่จังหวัดปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งเมื่อถึงที่หมาย กลุ่มคนร้ายจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ยึดโทรศัพท์มือถือ พร้อมทั้งสอบถามรหัสผ่านโทรศัพท์และรหัสการทำธุรกรรมธนาคาร โดยจะเขียนจดบันทึกติดไว้กับตัวเครื่องโทรศัพท์นั้น

หลังจากนั้น ผู้เสียหายจะถูกส่งต่อไปยังออฟฟิศแก๊งสแกมเมอร์ต่างๆ และถูกขังเอาไว้เพื่อใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวเป็น “บัญชีม้า” โดยต้องทำหน้าที่สแกนหน้าสำหรับรับและโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนทางออนไลน์ เมื่อบัญชีธนาคารดังกล่าวถูกอายัด หรือที่กลุ่มสแกมเมอร์เรียกว่า “บัญชีตาย” ผู้เสียหายจึงจะถูกส่งตัวกลับมายังประเทศไทย โดยกลุ่มคนร้ายจะปล่อยให้ผู้เสียหายเดินข้ามช่องทางธรรมชาติกลับเข้ามาเองตามยถากรรมโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างหรือผลประโยชน์ใดๆ

จากการสืบสวนขยายผลและซักถามผู้ต้องหา พบการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ดังนี้:

ผู้ต้องหาที่ 1-3 มีหน้าที่พาผู้เสียหายไปเปิดบัญชี ตรวจสอบบัญชี และปรับวงเงินการทำธุรกรรมรวมถึงเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ให้ เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น จะส่งผู้เสียหายขึ้นรถรับจ้างตามคำสั่งของหัวหน้าขบวนการ ผู้ต้องหาที่ 4 มีหน้าที่รับตัวผู้เสียหายที่จุดรับในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี และพาไปส่งยังจุดข้ามแดนธรรมชาติ เพื่อรอผู้รับช่วงพาข้ามประเทศ

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาที่ 1-3 ให้การรับสารภาพว่า เดิมทีเคยหางานผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน และถูกชักชวนให้เข้าร่วมเป็นผู้จัดหาบัญชีม้าให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยได้รับค่าจ้างในการตรวจสอบบัญชีคนละ 1,000 บาท ส่วนผู้ต้องหาที่ 4 ได้ร่วมกับขบวนการลักลอบคนขนซึ่งมีทั้งคนไทยและคนกัมพูชาอีกหลายคนโดยส่งตัวผู้เสียหายข้ามช่องทางธรรมชาติไปเป็นทอด และรับค่าจ้างในการพาคนไปส่งช่องทางธรรมชาติครั้งละ 3,000-5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนคน) และโดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมให้ข้อมูลตรงกันว่าการสั่งการทั้งหมดมาจากกลุ่มคนไทยที่ทำงานเป็นสแกมเมอร์อยู่ฝั่งประเทศกัมพูชา

จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการหลอกลวงเหยื่อคนไทยไปเป็นบัญชีม้ามากกว่า 200 ราย สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งขยายผลตรวจสอบบุคคลที่อาจตกเป็นเหยื่อรายอื่นๆ ของเครือข่ายนี้ รวมถึงผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

เตือนภัย ประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการหางานผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศกัมพูชาและประเทศเมียนมา รวมถึงการทำงานที่บ้าน (Work from home) แต่อ้างว่าต้องไปฝึกงานที่ต่างจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดที่มีความประสงค์จะไปทำงานก่อน รวมถึงกรณีที่มีบุคคลอื่นเข้ามาดำเนินการเพื่อขอปรับวงเงินหรือจัดการธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือแทนตนเอง

หากหลงเชื่อหรือพบว่าตนกำลังจะถูกพาไปยังพื้นที่ใกล้จังหวัดที่ติดแนวชายแดนโดยไม่มีเหตุอันควร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบในทันที และหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน บก.ปคม. โทร. 1191 ตลอด 24 ชั่วโมง

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

Advertisement

แชร์
CIB ปฏิบัติการทลายเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติบังคับสแกนหน้า-เปิดบัญชีม้า