
วันที่ 3 มี.ค.2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมของศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และคณะผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับทราบพัฒนาการของสถานการณ์ดังกล่าว และความคืบหน้าเกี่ยวกับการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมติดตามสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยได้เชิญเอกอัครราชทูต ที่เกี่ยวข้องกับการอพยพร่วมประชุม โดยมอบหมายให้อธิบดีกรมเอเชียใต้รายงานสถานการณ์
จากนั้นนางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา รายงานว่า สถานการณ์สู้รบล่าสุดจากการหาข้อมูลในพื้นที่ และสื่อแต่ละประเทศรายงาน โดยประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อยกว่า 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีก
ซึ่งในส่วนการโจมตีในพื้นที่ต่างๆ ในอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล พบว่ามีการเข้าไปโจมตีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเตหะราน โดยมีเป้าหมายยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ รวมไปถึงเป้าหมายทางพลเรือนด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการภายในอิหร่าน ระบอบการปกครองหลังจากสูญเสียผู้นำสูงสุดไปแล้ว มีการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายในไม่กี่วันนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน คณะผู้นำรักษาการชั่วคราว (Interim Council) ในส่วนของอิสราเอลก็มีการโจมตีอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่โจมตีทางภาคกลางและภาคเหนือของอิสราเอล สำหรับการโจมตีในพื้นที่อื่น อิสราเอลก็ได้มีการโจมตีขยายพื้นที่ออกไป ไม่เฉพาะอิหร่าน แต่ออกไปยังเลบานอน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดห้องวอร์รูมติดตามสถานการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมงด้วย เพื่อมอนิเตอร์ข่าวและข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ
มีรายงานข่าวว่า อิหร่าน ได้ประกาศปิด “ช่องแคปฮอร์มุซ” พร้อมจะโจมตีเรือทุกลำที่พยายามผ่านเข้ามา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดต่อเนื่อง ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสั่งอพยพชาวอเมริกันในตะวันออกกลางออกจากพื้นที่สู้รบทันที จึงทำให้ต้องจับตามาตรการของไทย ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงข่าวภายหลังการประชุมอีกครั้ง
Advertisement