Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ผ่ากลยุทธ์ "อนุทิน" รับมือศึกตะวันออกกลาง นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

ผ่ากลยุทธ์ "อนุทิน" รับมือศึกตะวันออกกลาง นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

2 มี.ค. 69
19:37 น.
แชร์

"ยุทธพร" ผ่ากลยุทธ์ "อนุทิน" รับมือศึกตะวันออกกลาง เน้นเป็นกลาง รักษาสมดุลการทูต รุกช่วยแรงงาน กางแผนรับมือน้ำมันแพง 

วันที่ 2 มี.ค. 69 รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์บทบาทของนายกรัฐมนตรีไทย ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งภูมิภาค ตะวันออกกลางว่า 

จากการยกระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่าทีของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินนโยบายแบบระมัดระวัง โดยมุ่งเน้นการรักษาสมดุลทางการทูต ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการภาวะวิกฤตเพื่อปกป้องความมั่นคงของมนุษย์ และผลประโยชน์แห่งชาติเป็นหลัก 

ซึ่งสามารถประเมินและจำแนกออกได้เป็น 3 มิติสำคัญ ดังนี้ 1. จุดยืนทางนโยบายต่างประเทศ: การรักษาสถานะ "เป็นกลาง"  นายกรัฐมนตรีได้กำหนดท่าทีของไทยไว้อย่างชัดเจนในการรักษาสถานะเป็นกลางให้มากที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการแสดงออกที่อาจถูกตีความว่าเป็นการเลือกข้างในความขัดแย้ง 

การยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น ยุติความรุนแรง และหันหน้าเข้าสู่การเจรจาทางการทูต  การรักษาระยะห่างทางยุทธศาสตร์ แนวทางนี้สอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตของไทยที่มักสงวนท่าทีในข้อพิพาททางทหารของมหาอำนาจ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ซึ่งเป็นจุดยืนที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนการเมืองในประเทศ 

2. การบริหารจัดการภาวะวิกฤต การให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของพลเมือง ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนที่สุดของนายกรัฐมนตรีในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ คือการยกระดับการปกป้องพลเมืองไทยกว่า 110,000 คนที่พำนักและทำงานอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางให้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด  การบูรณาการระดับชาติ  มีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นัดพิเศษ เพื่อบูรณาการข้อมูลและแผนปฏิบัติการระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง 

การเตรียมแผนอพยพเชิงรุก รัฐบาลสั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมความพร้อมสูงสุดสำหรับอากาศยาน และพิจารณาทางเลือกในการใช้เครื่องบินพาณิชย์เช่าเหมาลำ เพื่อรองรับการอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านและพื้นที่ใกล้เคียง ทันทีที่น่านฟ้าเปิดหรือสามารถบริหารจัดการเส้นทางผ่านประเทศที่สามได้  การลดความเสี่ยงล่วงหน้า สั่งการให้ระงับการจัดส่งแรงงานไทยไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางชั่วคราว เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนพลเมืองในพื้นที่เสี่ยงภัย 

 3. ยุทธศาสตร์ตั้งรับทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากมิติทางความมั่นคง นายกรัฐมนตรียังได้ประเมินถึงผลกระทบทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะความผันผวนของราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน การเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบ โดย ได้สั่งการให้กระทรวงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง พาณิชย์ พลังงาน และอุตสาหกรรม เร่งประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อตรึงราคาพลังงาน บริหารจัดการต้นทุนสินค้า และลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนไม่ให้ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจในช่วงฟื้นตัว 

“ท่าทีของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยในสถานการณ์นี้ เป็นการผสมผสานระหว่าง สัจนิยมทางนโยบายต่างประเทศ ที่ตระหนักถึงบริบทอำนาจบนเวทีโลก และการตอบสนองเชิงรุกภายในประเทศ รัฐบาลเลือกบริหารจัดการความเสี่ยง ในลักษณะตั้งรับทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่รุกคืบในการปกป้องสวัสดิภาพของประชาชนและเตรียมพร้อมรับมือกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ”

Advertisement

แชร์
ผ่ากลยุทธ์ "อนุทิน" รับมือศึกตะวันออกกลาง นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว