
จากกรณีเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย อายุ 58 ปี ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หายตัวไปอย่างปริศนานานกว่า 1 เดือน ภายหลังเจ้าอาวาสได้แจ้งกับทางไวยาวัจกร ว่าจะเดินทางไปรับลูกชาย ซึ่งป่วยจิตเวชและเข้ารับการบำบัดที่บ้านพึ่งสุข จ.ราชบุรี เพื่อนำไปฝากให้อดีตภรรยาดูแลชั่วคราวที่ จ.ขอนแก่น เนื่องจากภายในวัดกำลังเตรียมจัดงานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน จึงไม่สะดวกให้ลูกชายพักอยู่ที่วัด ซึ่งเจ้าอาวาสได้เรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันมารับที่วัด แต่ขากลับไม่มีใครติดต่อได้และไม่ได้กลับมาที่วัดแต่อย่างใด สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านและญาติๆ เกรงว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากเจ้าอาวาสมักจะพกเงินสดติดย่ามไว้จำนวนมากหลักแสนบาท
ล่าสุดคนขับรถคันที่ 2 เผยนาทีรับส่งถึงตาก พบพฤติกรรมเหม่อลอยคล้ายเครียดหนัก ก่อนลงกลางดึกตี 3 อ้างมีเพื่อนพระมารับ ทิ้งปมโยงชีวิตส่วนตัวและภาระครอบครัว สุดท้ายไร้ร่องรอยน่าห่วงหวั่นคิดสั้น
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า รถคันแรก ทะเบียน 8 กน 4592 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับผ่าน จุดตรวจ 3 แยกหนองบัวโคกขาออก เมื่อเวลา 15.06 น. ของวันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้ครอบครองภูมิลำเนา จ.สมุทรสาคร
รถคันที่ 2 เป็นรถ Toyata Camry สีน้ำเงิน ได้ไปส่งเจ้าอาวาสที่ ปั๊มพีที จ.ตาก เมื่อเวลาประมาณ 03.40 น วันที่ 18 มีนาคม 2569
เบื้องต้นทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับ “นายบี” คนขับรถคันที่ 2 ที่พาเจ้าอาวาสไปส่งใน จ.ตาก เจ้าตัวให้ข้อมูลว่า ระหว่างที่ตนเองกำลังจอดรอลูกค้าอยู่ที่หน้าสนามบินดอนเมือง ก็มีการส่งงานมาว่าให้ไปรับผู้โดยสารที่จังหวัดสระบุรี ตนเองจึงได้กดรับงานและขับออกจากสนามบินดอนเมืองโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะไปถึงจุดนัดหมาย
จนทราบว่าผู้โดยสารเป็นพระ ต้องการที่จะเดินทางไปจังหวัดตาก ซึ่งตนเองก็ได้สอบถามกับโชเฟอร์ที่ขับรถคันแรก ซึ่งก็อยู่กับพระรูปนั้นในช่วงที่ตนเองไปรับ จึงได้ทราบว่า พระรูปดังกล่าวเรียกให้รถคันแรกไปรับที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา ก่อนที่จะว่าจ้างต่อให้ไปรับลูกชายที่จังหวัดราชบุรี และไปส่งลูกชายที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระรูปดังกล่าวได้บอกกับคนขับรถคันแรกว่าให้ไปส่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่คนขับรถคันแรกจะปฏิเสธ และแจ้งไปยังผู้รับงาน จนทำให้ผู้รับงานสอบถามมากับตนเองว่า สามารถที่จะไปรับลูกค้าในจังหวัดสระบุรีได้หรือไม่ ตนเองจึงได้กดรับงาน
หลังจากนั้นก็ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงถึงจุดนัดหมาย จึงได้ทราบว่าเป็นพระและรับขึ้นรถ เดินทางออกจากจังหวัดสระบุรี ซึ่งพระรูปดังกล่าวบอกว่าต้องการให้ไปส่งที่จังหวัดตาก ตนเองสอบถามถึงสถานที่จุดหมายปลายทาง แต่พระรูปนี้ ก็พูดจาไม่ชัดเหมือนเสียงอยู่ในลำคอ ว่าจะให้ไปส่งที่ไหน เพียงแต่บอกว่าจะไปหาเพื่อนที่เป็นพระด้วยกัน
หลังจากนั้นก็ขับรถออกจากจังหวัดสระบุรีมุ่งหน้าไปยังจังหวัดตาก ระหว่างที่นั่งในรถตัวเองสังเกตว่าพระมีอาการเหม่อลอยคล้ายกับคนที่มีภาวะความเครียดอย่างมาก เมื่อตนเองชวนคุยก็ถามคำตอบคำ จึงไม่ได้พูดคุยอะไรกันเป็นกิจลักษณะ พระรูปนี้ก็พูดเพียงว่ามีเพื่อนเป็นพระอยู่ที่ตาก เพียงต้องการจะให้ไปส่งที่วัดเท่านั้น และเมื่อไปถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งก่อนข้ามสะพานแม่น้ำกลางเมืองตาก พระรูปนี้บอกว่าให้จอดที่ปั๊มเพราะท่านต้องการที่จะลงไปล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนจีวร ซึ่งเมื่อท่านมีการเปลี่ยนจีวรและล้างหน้าล้างตาเสร็จสิ้น ตนเองก็ได้สอบถามถึงจุดหมายปลายทางอีกครั้ง
แต่พระบอกว่า ท่านจะลงจากรถตรงนี้เดี๋ยวจะมีคนมารับท่าน ตนเองจึงได้บอกกับพระรูปนี้ไปว่าให้ท่านมานอนพักในรถ เนื่องจากว่าเวลานั้นเป็นช่วงประมาณตี 3 กว่าของรุ่งเช้าวันที่ 18 มีนาคม แต่ท่านก็ปฏิเสธ ไม่ยอมนอนบนรถ ก่อนที่จะหยิบข้าวของรวมถึงย่ามจากในรถเดินออกไปนั่งอยู่ที่เก้าอี้ศูนย์อาหาร หลังจากนั้นท่านก็จ่ายเงินค่าจ้างรถจำนวน 3,800 บาท เมื่อได้รับเงินแล้วตนเองก็ขับออกมาจากปั๊มเพื่อมุ่งหน้ากับกรุงเทพฯ
โดยภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวสารออกไปว่ามีพระหายออกไปจากวัดและไม่สามารถติดต่อได้ จนทำให้คนที่ส่งงานรับจ้างไปรับพระรูปดังกล่าวในวันที่ 17 มีนาคมนั้นโทรศัพท์มาบอกกับตัวเองว่าจะต้องเข้าไปให้ปากคำกับตำรวจ ตัวเองก็รู้สึกตกใจมากว่าพระรูปที่เป็นข่าวคือพระรูปเดียวกับที่ตนเองไปส่งที่จังหวัดตาก แต่ก็ไม่รู้ว่าท่านหายตัวไปไหน ส่วนตัวคิดว่าท่านอาจจะมีปัญหาในชีวิต เพราะท่าทีดูเหม่อลอย และเหตุผลที่ไปรับลูกชายมาจากจังหวัดราชบุรีเพื่อนำไปให้อดีตภรรยาเลี้ยงดูที่จังหวัดขอนแก่นนั้นเหมือนกับว่าจะเป็นการปรับภาระตามห่วงใยอะไรบางอย่างออกไปจากชีวิต ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ตนเองกังวลที่สุดคือกลัวว่าพระรูปนี้จะคิดสั้นทำร้ายตัวเอง
Advertisement