
(2 มี.ค. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวถึงมาตรการเกี่ยวกับความมั่นคงภายในประเทศ วันนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายตำรวจกับหน่วยงานด้านการข่าวไปติดตาม เฝ้าระวัง ทั้งในเชิงของสถานที่ขัดแย้งของประเทศคู่ขัดแย้ง สถานเอกอัครราชทูตที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเฝ้าระวังกิจกรรมต่างๆ ซึ่งฝ่ายตำรวจได้เตรียมการรองรับไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังต้องติดตามบุคคลที่เข้าออกประเทศไทยด้วย ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งจะมีมาตรการในการติดตามเพิ่มเติมด้วย
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ยังมีเรื่องของการใช้สื่อโซเชียลต่างๆ ซึ่งบางทีมีการบิดเบือนสร้างความแตกแยกและความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่างๆ เราจะมีการติดตามตรวจสอบเพื่อให้มีความถูกต้องเหมาะสม ส่วนที่เหลือจะมีมิติด้านเศรษฐกิจต้องรอช่วงบ่ายที่นายกรัฐมนตรีจะมีการประชุม เบื้องต้นมีการมอบหมายกระทรวงพลังงานไปประเมินเรื่องน้ำมัน กระทรวงพาณิชย์ดูเรื่องผลกระทบการส่งออก ซึ่งจะมีการหารือในห้องประชุมช่วงบ่าย
เมื่อถามว่าในประเทศไทยสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจจะเป็นจุดเสี่ยง เช่น ถนนข้าวสาร ประชาชนสามารถออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ยังสามารถใช้ชีวิตปกติได้อยู่ ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยทั้งหมด ทั้งคนต่างชาติที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตามเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
เมื่อถามว่าจะป้องกันภัยไซเบอร์ที่มากับสงครามอย่างไร นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในที่ประชุมก็มีพิจารณาสิ่งเหล่านี้ มีมติข้อหนึ่งให้หน่วยงานด้านการข่าวตำรวจ กระทรวงดิจิตอลและเศรษฐกิจษฐกิจและสังคมมาช่วยดูเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคที่ต้องไปตรวจสอบ ยืนยันว่าให้ความสำคัญบางทีโซเชียลก็ไปบิดเบือนสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มคนฝ่ายต่างๆที่มีความเห็นไม่ตรงกัน
เมื่อสถานอัครราชทูตในประเทศประเทศไทยต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทางฝ่ายตำรวจดำเนินการแล้วมีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ อิหร่าน อิสราเอล รวมทั้งประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย จะมีความเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น
Advertisement