
วันที่ 1 มี.ค. ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ เข้าเยี่ยมอาการพร้อมมอบกระเช้าบำรุงขวัญและพูดคุยให้กำลังใจ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ กำลังพลสังกัดค่ายวีรวัฒน์โยธิน
ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ทำให้ขาขวาขาดจากแรงระเบิด ขาซ้ายมีแผลเปิดขนาดใหญ่และมีกระดูกขาซ้ายแตกหักบางส่วน ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณภายในเขตควบคุมของหน่วยฐานปฏิบัติการเอราวัณ ช่องระยี พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา โดยได้ทำการส่งตัวกำลังพลจากโรงพยาบาลกาบเชิงเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งคณะแพทย์ได้ทำการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้อาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ โดยบรรยากาศในขณะเข้าเยี่ยมอาการ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ และครอบครัว ต่างดีใจ ตื้นตันและมีรอยยิ้มจากการได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นกันเองและใกล้ชิด
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแจกันดอกไม้และกระเช้าสิ่งของพระราชทานแก่ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ และภายหลังจากคณะแพทย์ได้มีความเห็นว่าร่างกายมีความสมบูรณ์พร้อม จะได้ส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ เพื่อรับพระราชทานขาเทียมต่อไป ทั้งนี้ ทรงรับกำลังพลที่รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
“ตอนนี้ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ อาการพ้นขีดอันตรายและปลอดภัยแล้ว แต่โชคร้ายต้องสูญเสียขาข้างขวา เราก็ต้องมาให้กำลังใจเขา ให้ความมั่นใจว่าเขาไม่ถูกทอดทิ้งแน่นอน มีงาน มีอัตราอะไรต่าง ๆ ก็ให้บรรจุเขาเมื่อเขาหายแล้ว โดยในกรณีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ในเรื่องของอวัยวะเทียมขาเทียมที่ได้รับพระราชทานเป็นขาเทียมที่มีคุณภาพสูง ในด้านการช่วยเหลือเยียวยาอื่น ๆ ก็เป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมาย ทั้งนี้ เราดีใจ คือ เขาไม่เสียชีวิต และตอนนี้เขาพ้นขีดอันตราย และสามารถที่จะกลับมารับใช้ชาติในรูปแบบอื่น ๆ ต่อไป
และต้องขอชื่นชมน้องที่เขาตั้งใจสมัครเป็นทหาร ในขณะที่ยังเรียนหนังสืออยู่ โดยเราพยายามให้สิทธิทุกอย่าง ดูแลเขาอย่างเต็มที่ กรณีนี้เปรียบเสมือนว่าบาดเจ็บจากการสู้รบ เพราะว่าเกิดในพื้นที่ที่ยังอยู่ในการเฝ้าระวัง และสำหรับในด้านการตรึงกำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้เรายังมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ภายใต้ข้อตกลง ก็คือ ฝ่ายไหนอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ดังนั้น ก็อาจจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะเราไปครอบครองพื้นที่ที่เราเคยถูกรุกรานเข้ามา และเราก็เข้าไปกระชับพื้นที่ เข้าไปสถาปนาความมั่นคง ซึ่งอาจทำให้ต้องประสบกับระเบิดที่ถูกฝังไว้ ซึ่งตนได้รับรายงานจากแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าได้สั่งการให้ระดมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มากที่สุด โดยใช้อุปกรณ์ ใช้เครื่องมือในการหา ซึ่งตอนนี้กองทัพเคลียร์พื้นที่อยู่ตลอดเวลา เราต้องเร่งเก็บกู้เก็บกวาดให้หมด” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ในการลงพื้นที่ฯ ครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และให้การดูแลช่วยเหลือตามสิทธิและสวัสดิการอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งดำเนินเรื่องการปูนบำเหน็จตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลให้เพิ่มความระมัดระวังในการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเอง ทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ขณะที่พลทหารเดชศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ และขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องทหารแนวหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะที่เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ
ด้านนางอำคา ตรีคำ มารดาของพลทหารเดชศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาจากภูมิลำเนา อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ หลังทราบข่าวรู้สึกกังวลอย่างมาก แต่ดีใจที่ลูกชายยังปลอดภัย และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องประเทศชาติ
ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ได้มอบเงินช่วยเหลือพร้อมกระเช้า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พลทหารเดชศักดิ์ และครอบครัว พร้อมแสดงความห่วงใยและอวยพรให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว
ด้านนายอนุทิน กล่าวว่า แม้สถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันจะมีความตึงเครียด และอาจมีการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชา ทหารไทยยังคงอดทนและยึดมั่นในกฎกติกาสากลอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ขอยืนยันว่ากองทัพไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ที่อาจมีการสร้างกระแสเพื่อเพิ่มยอดผู้ชม ขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานกองทัพและภาครัฐเป็นหลัก
Advertisement