
วันที่ 1 มี.ค.2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,277 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ย 4.30 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2569 ที่ได้ 3.91 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน ได้คะแนนเฉลี่ย 4.95 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ได้คะแนนเฉลี่ย 3.66 คะแนน ทั้งนี้ความเห็นต่อการเมืองไทย ณ วันนี้ คือ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะบริหารประเทศได้ดี ช่วยให้คนไทยรวยขึ้น ร้อยละ 24.06 รองลงมาคือ มองว่าการเมืองไทยยังคงเหมือนเดิม ได้นักการเมืองหน้าเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 23.65 การเมืองไทยวุ่นวาย พรรคการเมืองแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย ร้อยละ 20.21
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ภาพรวมคะแนนดัชนีการเมืองไทยปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าประชาชนเริ่มมองเห็นทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง แต่การที่มิติพื้นฐานอย่างการมีส่วนร่วมและสิทธิเสรีภาพลดลงเล็กน้อย สะท้อนความรู้สึกของสังคมไทยว่า “มีความหวัง แต่ยังไม่วางใจ” เนื่องจากตั้งความหวังสูงต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งยังเป็นโจทย์หลักที่รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่รองศาสตราจารย์ ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่มีความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยมากขึ้น โดยฝ่ายรัฐบาลแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่จากผลงานของการดำเนินนโยบายก่อนหน้านี้ที่โดดเด่น ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สามารถปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมาได้ ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นรัฐบาลได้คะแนนนิยมจนได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ประชาชนคาดหวังกับการสานต่อนโนบายผ่านการบริหารโดยมืออาชีพ และส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองของฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายค้านมีผลงานการตรวจสอบที่โดดเด่นจากพรรคประชาชน และการกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ที่คาดว่าจะเป็นฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นร่วมกับพรรคประชาชน จึงส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองของฝ่ายค้านเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม การจัดการเลือกตั้งโดย กกต. ที่มีปัญหาในหลายพื้นที่ที่ประชาชนเห็นว่าไม่มีความโปร่งใสและไม่เป็นธรรม รวมทั้งความกังวลใจของประชาชนที่มีต่อการจัดการเลือกตั้งที่อาจไม่เป็นความลับและอาจนำไปสู่โมฆะได้นั้น ส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองด้านการมีส่วนร่วมและสิทธิเสรีภาพของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
Advertisement