
(23 ก.พ. 2569) ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ. 2569) ไม่มีการนัดพูดคุยตำแหน่งพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถือว่าก่อนหน้านี้มีข้อสรุปเบื้องต้นไปแล้ว รอเพียงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง และรอจำนวนสส. ให้มีความชัดเจน หลังจากนั้นจึงจะมีการพบปะพูดคุยกันอีกครั้ง
เมื่อถามว่าแกนนำพรรคจะตั้งรัฐบาลประสานมาพร้อมพูดคุยเลยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่าขณะนี้ยังมีการประสานมา
ส่วนที่มีรายงานข่าว ตำแหน่งโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยออกมา จะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การพบกันครั้งก่อนเป็นการพูดคุยถึงสิ่งที่ผ่านมา และการพูดคุยการทำงานต่อไปข้างหน้า ซึ่งไม่ได้ลงรายละเอียดในส่วนกระทรวงแต่อย่างใด สิ่งที่ปรากฏเป็นเพียงข่าวตามหน้าสื่อเท่านั้น
เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐบาล 300 เสียง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จุดนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดวิเคราะห์ เนื่องจากพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่ง ในการรวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเสียงเกินแน่นอน แต่จะเป็นจำนวนเท่าไหร่ที่พรรคแกนนำคิดว่าจะเหมาะสม เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องพิจารณา ตนไม่ไปก้าวก่าย
เมื่อถามว่าการที่พรรคเพื่อไทย ตัดสินใจร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ต้องการประสานงานต่อใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ ย้ำย้ำว่าไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องของกระทรวง และจะไม่ใช้เวทีสื่อมวลชนไปสื่อสาร โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่กระจายตัวอยู่ทุกหน่วยงานทุกกระทรวง โดยหลังจากนี้ต้องมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่องคงไม่จบแค่นี้ ว่านโยบายของพรรคนโยบายของพรรคแกนนำ และของพรรคเพื่อไทยมีอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน
เมื่อถามว่าใน 1-2 วันที่ผ่านมา มีกระแสข่าวตั้งรัฐบาลไฟจราจร เพื่อให้ภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีมีการพูดคุยอาจจะมีการคิดหรืออะไรก็แล้วแต่ สำหรับพรรคเพื่อไทยไม่มีการพูดคุยในประเด็นนี้ และยืนยันในหลักการ เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ซึ่งผลการเลือกตั้งค่อนข้างชัดเจน ว่าแกนนำมีคะแนนมากกว่าพรรคอื่นๆ จำนวนมากอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงเป็นไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งให้พรรคแกนนำหลักไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งต้องให้เวลา และตนเชื่อว่าการประกาศผลของกตต. ยังใช้เวลา และพรรคเพื่อไทยเองขณะนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง ที่ผ่านมาดำเนินการหลายอย่าง โดยเฉพาะคณะทำงานตรวจสอบการเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ บัตรลงคะแนนมีปัญหา ทั้งบาร์โค้ดและเลขบัตร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กกต. ต้องให้คำตอบกับสังคม การเปลี่ยนลักษณะของบัตรเลือกตั้ง จะยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยกับการดำเนินการในครั้งก่อนหน้านี้ว่ามีความเป็นธรรมหรือถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของพรรคเพื่อไทยในการชี้ชัด เพราะไม่มีอำนาจ โดยย้ำว่าอยากเห็นประเทศเดินหน้าได้โดยไม่มีชนักหรือข้อท้วงติงใดๆ กกต. จึงต้องให้คำตอบที่ชัดเจนกับสังคม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงรูปบัตรลงคะแนนก็ถือเป็นหนึ่งในข้อสงสัย
ส่วนหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะมีการยื่นให้การตรวจสอบถึงกรณีดังกล่าวหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสรุปในจุดนี้ โดยข้อหารือฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยก่อน
Advertisement